หนุ่มวัย 21 ต้องปลูกถ่ายหัวใจ-ไต หลังดื่ม “เครื่องดื่มชูกำลัง” วันละ 2 ลิตร มานานกว่า 2 ปี!!


1.2k shares

เชื่อว่าเพื่อนๆ แทบทุกคนน่าจะเคยได้ลองดื่ม ‘เครื่องดื่มชูกำลัง’ กันมาก่อน บางคนอาจจะชอบที่มันช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า บางคนก็อาจจะไม่ชอบในเรื่องของรสชาติ

แต่สำหรับชายคนนี้ คำว่าชอบยังอาจจะน้อยเกินไป เพราะเขาเล่นดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากถึงวันละ 2 ลิตร และทำอย่างนั้นทุกวัน ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี!!

 

แล้วบทสรุปของเรื่องนี้ก็ต้องไปจบที่โรงพยาบาล…

 

คนไข้หนุ่มวัย 21 ปี กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลังจากที่เขาต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะมีอาการหายใจลำบาก เป็นอย่างนั้นอยู่นานกว่า 4 เดือน และน้ำหนักตัวก็ลดลงจากเดิมไปมาก

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะก่อนหน้านี้ตัวเขาก็เคยมีอาการเนื้อตัวสั่น, ใจสั่น และอาหารไม่ย่อย แต่ทว่าในตอนนั้นเขากลับไม่ยอมไปปรึกษาแพทย์

 

และอาการทั้งหมดนี้ก็เป็นผลมาจากกิจวัตรประจำวันของเขาเอง

 

ชายหนุ่มเล่าว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา เขาดื่มเครื่องดื่มชูกำลังทุกวัน วันละ 4 กระป๋อง (1 กระป๋อง = 500 มิลลิลิตร / 4 กระป๋อง = 2 ลิตร)

เขายังบอกด้วยว่า อาการป่วยต่างๆ ที่เคยเป็นมาข้างต้นนั้น ส่งผลให้ตัวเขาถึงกับต้องลาออกจากมหาวิทยาลัย เนื่องจากไม่สามารถมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียนได้อีก…

“ตอนนั้นผมกลัวในสิ่งที่ตัวเองเป็นเอามากๆ บางครั้งผมไม่สามารถพูดหรือขยับได้ตามปกติ บ่อยครั้งที่ผมคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรออกมา และยังทำให้ผมมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ กว่าจะหลับได้ก็คือเกือบเช้า

ทั้งหมดนั้นทำให้ความรู้สึกในแง่ลบของผมมันพลุ่งพล่าน ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวล รวมไปถึงอาการซึมเศร้า”

 

 

แพทย์ระบุว่า ตัวการสำคัญคือ “การรับปริมาณคาเฟอีนมากจนเกินไป” โดยปกติแล้ว เครื่องดื่มชูกำลังจะมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 160 มิลลิกรัม นั่นเท่ากับว่าชายคนนี้รับคาเฟอีนไปมากถึงวันละ 640 มิลลิกรัม

ซึ่งตัวเลขนั้นถือว่าเกินจากระดับคาเฟอีนที่มนุษย์สามารถรับได้ต่อวันไปค่อนข้างมาก ในข้อมูลมีการระบุว่า มนุษย์จะสามารถรับคาเฟอีนเข้าไปได้สูงสุดเพียง 400 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น (กาแฟประมาณ 4-5 แก้ว)

 

 

จากสิ่งที่เขาเป็นทำให้คนไข้หนุ่มต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจและไต เพื่อรักษาอาการดังกล่าว

ทั้งนี้จากรายงานก็มีการบันทึกเอาไว้ว่า หลังจากที่ได้รับยาและเลิกดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง อาการของคนไข้หนุ่มก็กลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเขาก็ตั้งใจว่าจะไม่กลับไปดื่มมันอีกแล้ว…

“ผมคิดว่าเราควรกระตุ้นให้คนสนใจในเรื่องนี้ เพราะผลกระทบของมันร้ายแรงเอามากๆ ผมคิดไปว่าบางทีก็น่าจะมีป้ายกำกับติดเอาไว้ข้างกระป๋องเลยว่าผลกระทบร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง เหมือนกับที่ติดเอาไว้บนซองบุหรี่”

 

อย่างไรก็ตาม อะไรที่มันมากเกินไป

ก็อาจส่งผลเสียต่อเราได้เหมือนกันนะฮะ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: BMJ Journals , U.S. Food&Drug Administrarion

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

1.2k shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวตะปู

เหมียวฝึกหัด

Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions