นับว่าเป็นข่าวการค้นพบที่ค่อนข้างน่าสนใจของวงการนักโบราณคดีเลยก็ว่าได้ เมื่อผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์อัสซีเรียนของมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนอย่างคุณ Troels Pank Arbøll ได้มีการออกมาเปิดเผยการค้นพบภาพของ ปีศาจตนหนึ่ง บนจารึกดินเหนียวโบราณอายุถึง 2,700 ปี

 

 

โดยปีศาจตนนี้ มีจุดเด่นสำคัญๆ อยู่ ที่เขาสองข้าง หาง และลิ้นที่มีสองแฉก ซึ่งคุณ Troels บอกว่าคล้ายกับส้อมหรืองูไม่มีผิด และมีความเป็นไปได้สูงมากว่าในอดีต มันจะเคยเป็นสิ่งที่ผู้คนกล่าวหากันว่าทำให้เกิดอาการชักโรคลมชักก็เป็นได้

อ้างอิงจากตัวคุณ Troels เอง เขาพบภาพปีศาจตัวนี้เข้าโดยบังเอิญในระหว่างการตรวจสอบจารึกโบราณจากห้องสมุดของครอบครัวหมอผีที่อาศัยอยู่เมื่อประมาณ 650 ปีก่อนคริสต์ศักราช ภายในพิพิธภัณฑ์ Vorderasiatisches ที่กรุงเบอร์ลิน

 

 

จารึกชิ้นที่ว่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่คัดลอกมาจากจารึกที่เก่ากว่าอีกที โดยมันถูกเขียนขึ้นด้วยอักษรรูปลิ่มหนึ่งในระบบการเขียนอักษรที่เก่าแก่ที่สุดของโลก และกล่าวถึงการรักษาอาการชักกระตุกและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อโดยไม่สมัครใจอื่นๆ ซึ่งชาวอัสซีเรียเรียกกันว่า “Bennu”

ลักษณะของอาการที่ระบุไว้นั้น ตรงตามลักษณะของผู้เป็นโรคลมชักในปัจจุบันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามคนอัสซีเรียสมัยก่อนกลับระบุเอาไว้ว่านี่เป็นอาการของคนที่ถูกผีสิง โดยเฉพาะลูกน้องของเทพดวงจันทร์เมโสโปเตเมียอย่าง “Sîn”

 

 

นี่นับว่าเป็นการค้นพบที่ถือว่าหายากเอามากๆ เลยก็ว่าได้ เพราะตามปกติแล้วบนศิลาจารึกโดยเฉพาะจากชาวอัสซีเรีย จะไม่ค่อยมีรูปภาพวาดไว้มากนัก โดยเฉพาะภาพของปีศาจหรือสัตว์ประหลาดแล้วด้วย

ดังนั้น คงจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าการค้นพบในครั้งนี้ อาจจะช่วยนำเราไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ของวงการแพทย์แห่งยุคโบราณ ที่ยังมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับความเชื่อ และภูตผีปีศาจอยู่ต่อไป

 

ที่มา livescience

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์