Chris Evans เล่าถึงความกดดันในวงการฮอลลีวูด ที่ถูกคลี่คลายด้วยบทบาทกัปตันอเมริกา


การที่ได้รับบทบาทมากมายในวงการภาพยนตร์และซีรีส์มันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเหล่าดาราคนดังเสมอไป เพราะมันมักจะตามมาด้วยความเครียดและความกดดันต่างๆ เช่นเดียวกับสิ่งที่พี่ Chris Evans ต้องเผชิญ

 

 

พี่ Chris เป็นนักแสดงที่มีความสามารถและเริ่มโด่งดังขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ซีรีส์แจ้งเกิดอย่างเรื่อง Not Another Teen Movie (2001) และยิ่งโด่งดังขึ้นอีกใน Fantastic Four (2005) 

ความโด่งดังนี้กระทบเข้ากับตัวของพี่ Chris อย่างจังเลยค่ะ เพราะเขาเริ่มได้รับความกดดันและงานที่เสนอเข้ามาเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดหย่อน จนทำให้เขาเกิดภาวะวิตกกังวลอย่างหนัก ไปจนถึงอาการแพนิคก่อนเข้าฉากเลยทีเดียว

 

 

พี่ Chris ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องราวนี้ผ่านทาง Hollywood Reporter’s Awards Chatter podcast เมื่อเร็วๆ นี้ว่า

อาการวิตกกังวลนี้เริ่มขึ้นในปี 2007 เมื่องานในวงการฮอลลีวูดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหลังจากที่เขารับบทมนุษย์ไฟใน Fantastic Four (2005) เขากล่าวว่า

 

 

“สิ่งที่ครั้งหนึ่งมันเป็นเพียงแค่งานอดิเรก เป็นสิ่งที่เราทำเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อตัวเราเอง

และจู่ๆ มันกลับกลายเป็น ‘งาน’ โดยไม่ทันตั้งตัว…

พอมันกลายเป็นงานปุ๊บมันเลยเป็นสิ่งที่เราต้องระวังขึ้นมา และมันก็เริ่มเกิดความกดดันขึ้นจนกลายเป็นความกังวลครับ”

 

 

แม้ในตอนนี้พี่ Chris จะดีขึ้นแล้ว แต่ในตอนนั้นมันเป็นอะไรที่ยากมากและกว่าจะผ่านไปได้ ความกดดันเหล่านี้ทำให้พี่ Chris ถึงกับคิดว่าตัวเองไม่สามารถทำหนังดีๆ ได้เลยล่ะ

นั่นจึงเป็นเหตุให้ต้องปฏิเสธงานใหญ่ไปหลายงาน จนกระทั่งในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Puncture (2010) ความวิตกกังวลนั้นถาโถมใส่เขาจนกลายเป็นความแพนิค พี่ Chris เล่าว่า

 

 

“มันเป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมมีอาการแพนิคขณะถ่ายทำอยู่

มันเป็นอาการแพนิคที่ไม่รุนแรง แต่มันมากพอที่ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองกำลังเดินทางผิดอยู่หรือเปล่า”

 

 

ด้วยเหตุนี้เองเมื่อทางมาร์เวลเสนอบทบาทกัปตันอเมริกาให้พี่ Chirs เริ่มลังเลและโทรไปบอกทีมงานว่า “ขอบคุณมากนะครับ แต่ผมขอไม่เล่นดีกว่า”

แน่นอนค่ะว่ามาร์เวลไม่ยอมแพ้ พวกเขาเริ่มเสนอสิ่งต่างๆ ให้พี่ Chris ทั้งการเพิ่มค่าตัว และต่อรองให้เขาเซ็นสัญญาเล่นบทนี้แค่ 6 เรื่อง จาก 9 เรื่อง แต่พี่ Chris ก็ยังปฏิเสธอยู่ดีเพราะเขากลัว

 

 

แต่อย่างว่าแหละค่ะว่ามาร์เวลเขาขี้ตื้อ ทีมงานก็เลยเสนอบทให้พี่ Chris อีกครั้งโดยไม่ต้องออดิชั่นคัดเลือกเลย ตอนนั้นครอบครัว เพื่อน นักบำบัด ไปจนถึงป๋า Robert Downey Jr. ช่วยกันโน้มน้าวเขาจนทำให้เขาเซย์เยสจนได้

สุดท้ายแล้วการตัดสินใจครั้งนี้มันกลับกลายเป็นการคลี่คลายปมในหัวใจของพี่ Chris เลยค่ะ ปมที่เขาเคยบอกว่า ‘ตัวเองไม่สามารถสร้างหนังดีๆ ขึ้นมาได้’ ปัจจุบันบทบาทของเขากลายเป็นความยิ่งใหญ่ไปทั่วโลก เขากล่าวทิ้งท้ายว่า

 

 

“มันคือการตัดสินในที่ดีที่สุดเลยครับ และผมเป็นหนี้ Kevin Feige ที่เขาเด็ดเดี่ยวและช่วยให้ผมไม่พลาดความยิ่งใหญ่นี้

บอกตามตรงว่าสิ่งที่ผมเคยกลัวทั้งหมดมันไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ เลย…”

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวนานะ

ที่มา: buzzfeed

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวนานะ