ย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1961 ประชาชนในกรุงเบอร์ลินของประเทศเยอรมนีได้พบว่าเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ได้ถูกแบ่งเป็นสองฟากด้วย “กำแพงเบอร์ลิน”

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาตลอดช่วงเวลากว่า 28 ปี กำแพงชิ้นนี้ได้ตั้งตระหง่านแบ่งโลกของคอมมิวนิสต์กับโลกทุนนิยม จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในเมืองไป

และด้วยโอกาสนี้ #เหมียวศรัทธา จึงได้นำภาพชีวิตประจำวันในช่วงเวลาของกำแพงเบอร์ลินแบ่งประเทศเยอรมนีมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน เราไปดูกันดีกว่าว่าในเมืองที่ถูกกั้นด้วยกำแพง คนเรามีการใช้ชีวิตแบบไหนกัน

 

เรามาเริ่มกันจากผู้อยู่อาศัยฝั่งตะวันตกที่ตากผ้าอยู่ข้างกำแพง

 

เหล่าเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกลางหิมะข้างกำแพงที่เต็มไปด้วยกราฟฟิติ

 

ประชาชนสองคนขี่ม้าอยู่ริมกำแพง

 

ประชาชนว่ายน้ำในสระฝั่งตะวันตกของกำแพง

 

กราฟฟิติบนกำแพงที่ตัดผ่านถนน

 

ภาพส่วนใหญ่มักจะมาจากตะวันตกของกำแพง เนื่องจากในช่วงนั้น โซเวียตยังมีนโยบายปิดกั้นข้อมูลอยู่

 

เราจะสังเกตได้ง่ายๆ ว่ากำแพงฝั่งไหนเป็นฝั่งตะวันตก หากบนกำแพงมีการขีดเขียน หรือมีประชาชนอยู่ใกล้ๆ

 

ครอบครัวที่กำลังดื่มชาอยู่ริมกำแพง

 

สองนักเดินทางชาวฝรั่งเศสระหว่างมองข้ามกำแพงจากที่สูง

 

“จุดชมวิว” ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนมองข้ามกำแพงไปยังอีกฝั่งได้

 

ชายสูงอายุที่ปั่นจักรยานผ่านกำแพง

 

ส่วนหนึ่งของกำแพงที่ดูจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

 

หนึ่งในลวดลายกราฟฟิติบนกำแพงซึ่งมีประภาคารเป็นฉากหลัง

 

เหล่าประชาชนตกปลาในน้ำแข็งอยู่ใกล้ๆ กำแพง

 

รถเก่าที่ถูกทิ้งไว้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าเจ้าของของมันจะอาศัยอยู่อีกฝั่งของกำแพง

 

เด็กที่เล่นชิงช้าอยู่ริมกำแพง

 

ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี เคยกล่าวเกี่ยวกับการสร้างกำแพงเบอร์ลินว่า

“ประชาธิปไตยอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องสร้าง กำแพงเพื่อขังคนไว้ภายใน”

 

บรรยากาศภายนอก (ฝั่งตะวันตก) ของกำแพง กับภายใน (ฝั่งตะวันออก) ของกำแพง

 

ครอบครัวสุขสันต์ ที่กำลังเดินเล่นอยู่ริมกำแพง

 

รถคันสีแดงซึ่งคาดว่ากำลัง เลี้ยวเข้าไปในด่านระหว่างพรมแดน

 

คู่รักระหว่างการปิกนิกริมกำแพงในปี 1986

 

และปิดท้ายด้วยการเล่นเรือใบสีสันสดใส ซึ่งมีกำแพงและหอสังเกตการณ์สีเทาในฉากหลัง

 

ที่มา rarehistoricalphotos

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...