เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อของคุกอัลคาทราซกันมาบ้าง เพราะที่แห่งนี้นั้นไม่เพียงแต่ได้ชื่อว่าเป็นคุกที่โหดที่สุดในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่มันยังเป็นที่คุมขังของอาชญากรที่มีชื่อเสียงมากมายหลายคนอีกด้วย

แต่แม้ว่าที่แห่งนี้จะมีชื่อเสียงแค่ไหนก็ตาม เชื่อว่ามันคงจะต้องมีเรื่องราวบางส่วนเกี่ยวกับคุกแห่งนี้ที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนอยู่บ้างก็ได้

ดังนั้นในวันนี้ #เหมียวศรัทธา จึงได้นำเรื่องราวน่าสนใจบางส่วนของของคุกอัลคาทราซที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้รู้มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

 

1. คุกอัลคาทราซเคยเป็นค่ายทหารมาก่อน

 

ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักกันในชื่อเกาะอัลคาทราซ ที่ตั้งของคุกแห่งนี้เคยถูกเรียกด้วยชื่อว่า Isla de los Alcatraces หรือ “เกาะนกกระทุง” มาก่อน

จนกระทั่งในช่วงยุค 1850 เมื่อสงครามเม็กซิกัน-อเมริกันจบลง ที่แห่งนี้ก็ถูกใช้งานโดยกองทัพสหรัฐฯ ในการเป็นฐานทัพหน้าด่านที่จะป้องกันแคลิฟอร์เนียที่เพิ่งยึดได้ (และมีทอง) จากศัตรูที่อาจจะเข้ามาบุกรุกนั่นเอง

 

2. คุกอัลคาทราซถูกสร้างขึ้นโดยแรงงานนักโทษ

 

ในตอนที่ความจำเป็นต้องปกป้องแคลิฟอร์เนียจบลง สหรัฐอเมริกาในสมัยนั้นได้ทำการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างของกองทัพหลายๆ ส่วนออกไปจากอัลคาทราซจนทำให้ที่นี่แทบจะไม่เหลืออะไรอยู่เลย

ดังนั้นตลอดช่วงปี 1909-1911 เหล่านักโทษทหารของที่นี่จึงต้องรับหน้าที่สร้างคุกใหม่ขึ้นมาเพื่อขังตัวเอง และส่วนหนึ่งของสิ่งก่อสร้างในวันนั้นก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

 

3. คุกอัลคาทราซไม่ได้โหดร้ายเสมอไป

 

อย่างที่หลายๆ คนทราบกันว่าคุกอัลคาทราซมีชื่อเสียงว่าโหดที่สุดในสหรัฐอเมริกา จนถึงขั้นที่มีเรื่องเล่าว่านักโทษที่นี่ถูกห้ามไม่ให้คุยกันเลย

ถึงอย่างนั้นก็ตามในความเป็นจริงแล้วนักโทษส่วนใหญ่ของอัลคาทราซจะมีห้องขังส่วนตัว แถมมีน้ำอุ่นให้อาบเลยด้วยซ้ำ จนในยุคนั้นนักโทษบางกลุ่มถึงขั้นทำเรื่องขอย้ายคุกไปอยู่ที่อัลคาทราซด้วยตัวเองจากเหตุผลที่ว่ามีปัญหาความรุนแรงในคุกต่ำ

แต่ที่เราติดภาพลักษณ์ว่าคุกอัลคาทราซโหดร้ายเหลือเกินนั้น มาจากการที่นักโทษในภาพยนตร์หรือทีวีมักจะเป็นนักโทษเจ้าปัญหา ที่ถูกขังในส่วนที่มีการควบคุมเข้มงวดมากๆ ก็เท่านั้น

 

4. อัตราการหนีจากคุกอัลคาทราซต่ำกว่าที่เราคิด

 

ด้วยความที่สารคดีและภาพยนตร์ส่วนมากของคุกแห่งนี้จะเกี่ยวข้องกับการแหกคุก มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนจะเข้าใจว่าคุกแห่งนี้มีการแหกคุกอยู่เป็นประจำ

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วตลอด 29 ปีที่คุกเปิดใช้งาน (1934-1963) มีนักโทษแหกคุกแห่งนี้แค่ 36 คนเท่านั้น โดยในบรรดาคนเหล่านี้ 23 คนถูกจับได้ระหว่างหนี / 6 คนโดนสังหาร / 2 คนจมน้ำตาย และมีเพียงแค่ 5 คนเท่านั้นที่สามารถหนีหายไปในน่านน้ำได้ แต่ไม่มีการระบุว่าไปถึงฝั่งหรือไม่

 

5. ซอฟท์บอลเป็นกีฬาที่นิยมในคุกแห่งนี้เอามากๆ

 

แม้ว่าจะเป็นในคุกอัลคาทราซ นักโทษเองก็มีสิทธิ์ที่จะทำกิจกรรมนันทนาการคลายเครียด ซึ่งจากบันทึกในอดีตแล้ว ซอฟท์บอลเองก็เป็นสิ่งที่นักโทษชอบมากๆ

พวกเขาถึงขั้นที่มีการจัดทีมแข่งกันในคุกเป็นเรื่องเป็นราว และมีกฎแบบพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับสนามที่เล็กกว่าปกติเลยด้วย โชคร้ายที่ในบางครั้งนักโทษก็จริงจังเกินไปจนกลายเป็นการทะเลาะวิวาท

 

6. ผู้คุมอัลคาทราซเองก็อาศัยอยู่บนเกาะกับครอบครัว

 

ชีวิตตัดขาดจากโลกภายนอกบนอัลคาทราซนั้น ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นกับนักโทษเท่านั้น เพราะเหล่าผู้คุมและคนงานอื่นๆ บนเกาะแห่งนี้เอง ก็ต้องใช้ชีวิตปักหลักบนเกาะ โดยพวกเขาจะอาศัยอยู่ในบ้านแยกจากคุกซึ่งหลงเหลือจากค่ายทหารในยุคสงครามกลางเมือง

ครอบครัวของผู้คุมและเจ้าหน้าที่จะได้รับอนุญาตที่จะขึ้นเรือไปซื้อของในเมืองบนแผ่นดินใหญ่ แต่พวกเขาจะไม่มีโอกาสติดต่อกับนักโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากเสียจากมองนักโทษใหม่ที่เข้ามาในคุก

 

7. สิ้นเปลืองค่าดูแล คือเหตุผลที่อัลคาทราซถูกปิด

 

อัลคาทราซในหลายๆ ครั้งมักจะถูกเข้าใจผิดว่าถูกสั่งปิดเพราะประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนของนักโทษ แต่ในความเป็นจริงคือค่าใช้จ่ายการดูแลรักษาที่สูงและสิ้นเปลือง เนื่องจากตัวเกาะอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ และตัวอาคารเองก็มักจะโดนน้ำทะเลกัดจนพังเร็วกว่าที่ควร

 

8. ในปี 1969 เคยมีนักศึกษายึดอัลคาทราซเป็นที่ประท้วงด้วย

 

อัลคาทราซถูกสั่งปิดไปในปี 1963 และทิ้งร้างไปตั้งแต่วันนั้น ดังนั้นในปี 1969 จึงมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งออกมายึดอัลคาทราซเพื่อประท้วงนโยบายการยกเลิกอำนาจอธิปไตยของชนเผ่าและการย้ายถิ่นฐานของชาวอเมริกันพื้นเมือง

การประท้วงในเวลานั้นกินเวลาอยู่ราวๆ 19 เดือนและจบลงด้วยการที่รัฐบาลยกเลิกนโยบาลนี้ไปในปี 1970 นั่นเอง

 

9. อัลคาทราซกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของซานฟรานซิสโก

 

อัลคาทราซนั้นถูกปรับปรุงเป็นอุทยานแห่งชาติของสหรัฐในปี 1972 และมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกปี โดยในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมโดยเฉลี่ยถึงปีละ 1.5 ล้านคนเลยทีเดียว

 

10. อัลคาทราซกลับไปเป็นของนกแล้ว

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเกาะอัลคาทราซ เคยถูกเรียกว่า “เกาะนกกระทุง”  มาก่อน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ที่หลังจากมนุษย์ออกจากเกาะไป เหล่านกจะกลับมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้อีกครั้ง ซึ่งทำให้บริษัททั่วบางส่วนถึงกับจัดทัวร์ชมนกบนเกาะแห่งนี้เลยด้วย

 

ที่มา mentalfloss

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์