เรื่องราวของ ‘ครอบครัวกำมะลอ’ ที่อ้างตัวเองว่าเป็น ‘ราชวงศ์’ มาอาศัยอยู่ในบ้านหรูกลางเมืองหลวงหลายสิบปี เพิ่งจะถูกเปิดโปงเมื่อไม่นานมานี้…

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 1970 ปีก่อนที่เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย มีหญิงหม้ายคนหนึ่งนามว่า Begum Wilayat และลูกอีกสองคนที่อ้างตัวว่าเป็นราชินี จากราชวงศ์ Nawab แห่งแคว้น Oudh ของประเทศเปอร์เซีย

ครอบครัวโดยสารรถไฟมาลงที่เมืองนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย พร้อมกับประกาศว่าตนเป็นเชื้อพระวงศ์ของแผ่นดินที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ

 

ครอบครัวของ Wilayat ที่สถานีรถไฟในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

ภาพจาก The New York Times

 

และราชวงศ์ของพวกเขาได้สูญสิ้นแผ่นดินที่อาศัยอยู่จากความแห้งแล้งเมื่อปี 1856 เลยทำให้ต้องอพยพลงใต้มา

ครอบครัวปฏิเสธที่จะออกไปจากสถานีรถไฟ และเรียกร้องกับทางรัฐบาลอินเดียมอบที่ดินและบ้านหลังใหญ่ให้อยู่อาศัย โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่กลับถูกทอดทิ้งให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆ อยากๆ

ทางด้านรัฐบาลของอินเดียในยุคนั้นเกรงว่าหากไม่ทำตามข้อเรียกร้อง อาจจะทำให้กลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศขึ้นมาได้

ก็เลยยื่นข้อเสนอให้ครอบครัวนี้ไปอาศัยอยู่ในคฤหาสน์รับรองในเมือง Lucknow แต่ทว่าผู้เป็นแม่ก็ปฏิเสธเพราะมองว่าคฤหาสน์นั้นเล็กเกินไป ไม่เหมาะสมกับฐานันดรของเธอ

ครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ที่สถานีรถไฟ เป็นเวลากว่า 10 ปี โดยการใช้ห้องของสถานีรถไฟจัดแต่งด้วยผ้าห่มหนาๆ หลายผืน และข้าวของเครื่องใช้โบราณที่ขนมาด้วย

 

ภาพของ Wilayat ที่อาศัยอยู่ที่สถานีรถไฟ

ภาพจาก The New York Times

 

จนกระทั่งในปี 1984 นายกรัฐมนตรี Indira Gandhi ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ครอบครัวได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเขตพระราชฐาน Malcha Mahal ที่อยู่ใจกลางเมืองนิวเดลี หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ปรากฎตัวออกมาให้ใครเห็นอีกเลย….

ต่อมาในปี 1997 ลูกสาวและลูกชายของหญิงหม้าย ที่อ้างตัวว่าเป็นราชินี ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อของประเทศอังกฤษว่าแม่ของพวกเขาได้เสียชีวิคไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากโรคพิษสุราเรื้อรัง

ก่อนที่ในปี 2016 และ 2017 ที่ผ่านมา จะมีรายงานจากสื่อว่าลูกทั้งสองคนก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยโรคไข้เลือดออก

 

ภาพของเจ้าชาย (ลูกชายของ Wilayat) ในเขตราชฐานที่อยู่ใจกลางกรุงนิวเดลี ถ่ายในช่วงบั้นปลายของชีวิต

 

เรื่องราวดูเหมือนจะจบลงแค่นี้ แต่ว่าไม่ใช่แบบนั้นครับ เพราะล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักข่าวหญิงชื่อว่า Ellen Barry จาก New York Times

เธอใช้เวลากว่า 4 ปี เดินทางไปเก็บข้อมูลในปากีสถาน อินเดีย และอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ก่อนจะออกมาเปิดโปงว่า ‘เรื่องราวที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ถูกกุขึ้นมา’

“ฉันสงสัยมาตลอด เกี่ยวกับเรื่องราวของครอบครัวที่อ้างว่าตัวเองเคยเป็นผู้ดี แต่ทำไมเบื้องหลังของพวกเขาถึงหายไป พวกเขาเป็นใครกันแน่?” Ellen เขียนข้อความนี้ลงในบทความ

Ellen ได้ทำการสืบสาวข้อมูลถึงต้นตระกูลของ Wilayat และลูกๆ แต่ก็พบข้อมูลที่น่าสนใจ

เพราะจริงๆ แล้วเธอไม่ได้เป็นราชินีแห่งเปอร์เซียอย่างที่กล่าวอ้างเอาไว้ แต่เป็นแม่หม้ายที่มีสามีเป็น ‘อดีตข้าราชการ’ ในเมือง Lucknow (ถึงว่าล่ะทำไมตอนบอกให้ไปอยู่ที่นั่นถึงไม่ไป แต่ยอมทนอยู่ที่สถานีรถไฟได้นานถึง 10 ปี)

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลอีกว่า หลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิตไปได้ไม่นาน Wilayat ต้องเข้ารักษาอาการเกี่ยวกับจิตเวช ที่โรงพยาบาลในเมือง Lahore ก่อนที่จะมาสถาปนาตัวเองเป็นราชินีจากเปอร์เซีย

 

สภาพพระราชฐานในกรุงนิวเดลี ที่ถูกทิ้งร้าง หลังจากที่สมาชิกในครอบครัวของ Wilayat ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว

ภาพจาก The New York Times

 

ซึ่งลูกอีก 2 คนของเธอก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ว่าจากการตรวจสอบของ Ellen พบว่า Wilayat ไม่ได้มีลูกแค่ 2 คน!?

แต่มีลูกชายอีกคนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเธอและจากไปใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ ทำงานส่งเงินมาให้ครอบครัวใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ก่อนที่จะเสียชีวิตลงไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาในเมือง Bradford เตียงข้างภรรยาของเขา

 

ที่มา : theguardian, nytimes

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์