เนื่องจากว่าในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นรัฐที่ไม่เคยมีหิมะตกมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่ทว่าล่าสุดเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มวลอากาศเย็นจากทวีปอาร์กติกเคลื่อนตัวเข้ามาประชิด

จึงทำให้ที่รัฐเท็กซัสมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -18 องศาเซลเซียส และเพิ่งจะมีหิมะตกลงมาเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี!!

แน่นอนว่าอุณหภูมิต่ำขนาดนั้น ก็ทำให้มีอากาศหนาวมากๆ สระว่ายน้ำในบ้านของประชาชนชาวเท็กซัสต่างก็กลายเป็นน้ำแข็ง สถานที่สาธารณะต่างๆ ก็โดนหิมะกลบ

 

 

แต่ทว่ามีชาวเท็กซัสบางส่วนไม่อยากจะเชื่อว่าที่รัฐของตัวเองนั้นมีหิมะตกจริงๆ จึงผุดทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมาว่า “หิมะที่ตกในรัฐเท็กซัสนั้นเป็นของปลอม”

มีการทำคลิปวิดีโอการทดลองเอาหิมะที่เก็บในรัฐเท็กซัสมาเผาไฟลงใน TikTok ให้ดู ปรากฎว่ามันไม่ละลาย พร้อมกับบอกว่ามันไหม้ได้ด้วย หิมะจริงๆ มันไม่ไหม้นะ!?

 

ลองไปชมคลิปวิดีโอกันดูครับ

 

โดยคนที่แชร์คลิปนั้นเขาไปดูดมาจาก TikTok อีกทีหนึ่ง ผู้หญิงในคลิปอธิบายว่าขนาดเอาไฟมาลนหิมะขนาดนี้ ยังไม่มีน้ำหยดออกมาซักกะหยด

แถมยังอ้างอีกว่าพอเอาไปใส่ในไมโครเวฟก็มีประกายไฟเกิดขึ้น และที่พีคไปกว่านั้นคือมีคนเชื่อ และออกมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมกับบอกว่าเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้มีคนอยู่เบื้องหลัง!?

พวกเขาคิดว่าโจ ไบเดนส์ และ บิล เกตส์ อยู่เบื้องหลังปรากฎการแหกตานี้ โดยตั้งชื่อปรากฎการณ์นี้ว่า Dark Winter หรือ ฤดูหนาวที่มืดมิด

 

 

พร้อมกับให้ข้อมูลว่า หิมะปลอมนี้เป็นการเปิดศึกจากประธานาธิบดี โดยการใช้เครื่องบินเจ็ท นำสารเคมีเข้าไปใส่ในเมฆ เพื่อให้ทำปฏิกิริยากับเมฆ จนเกิดเป็นพายุหิมะปลอมตกท่วมเมือง ทำให้คนหมดสติไปทีเดียวกว่า 4 ล้านคน (โอ้วพระเจ้า)

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อความเหล่านี้ถูกเฟซบุ๊กมาร์กธงเอาไว้ว่าเป็นข้อมูลปลอมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเวลาโดนไฟเผาถึงไม่ละลาย เรื่องนี้ศาสตารจารย์ Mike Stone ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า มันคือกระบวนการ “ระเหิด” นั่นเอง ลองไปฟังคำอธืบายดูครับ

“เมื่อคุณเอาไฟไปเผาหิมะ มันจะทำให้หิมะที่มีสถานะเป็นของเหลวอยู่แล้วเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊ส กระบวนการนี้เรียกว่าการระเหิด ก็คือมันจะหายไปและกลายเป็นไอน้ำนั่นเอง”

 

คลิปวิดีโอที่อธิบายถึงปรากฎการณ์นี้ ที่ถูกถ่ายเอาไว้เมื่อปี 2014

 

นอกจากนี้ ทางด้านดอกเตอร์ Tandy Grubbs อาจารย์ผู้เป็นหัวหน้าภาควิชาเคมี และไบโอเคมี จากมหาวิทยาลัย Stetson ก็ออกมากล่าวถึงทฤษฎีสมคบคิดนี้อีกว่า

“ผู้สาธิตไม่ได้เอาไฟแช็กไปลนก้อนหิมะนานพอที่จะทำให้มันละลาย เราจึงไม่เห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงสถานะของมัน”

“ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมมันถึงไหม้ และมีสีดำ ก็เพราะว่ากระบวนการเผาไหม้นั้นมันไม่สมบูรณ์ สีดำๆ ที่เห็นก็มาจากเขม่าที่เกิดจากการเผาแก๊สของไฟแช็กนั่นเอง”

“เขม่าดำๆ ที่เกิดจากไฟแช็กนั้นเราจะไม่สามารถเห็นได้ หากมันอยู่ในที่โล่ง แต่ก้อนหิมะในคลิปนั้น ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับที่กรอง เก็บสะสมอนุภาคของเขม่าควันเอาไว้ ทำให้เราสามารถมองเห็นได้”

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : unilad, indy100, usatoday

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...