เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต่อให้เกมการแข่งขันจบไปแล้ว แต่ตัวผู้เล่น ผู้เข้าแข่งขันเองกลับไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ ก่อนจะกลายเป็นปัญหาทำร้ายร่างกายหรือทะเลาะวิวาทขึ้นมา

และสำหรับเหตุการณ์นี้ก็ทำให้นักฟุตบอลคนหนึ่งต้องถูกแบนไปยาวๆ ถึง 5 ปีเต็ม ส่วนสิ่งที่เขาทำนั้นก็คือการ “กัดอวัยวะเพศชายของนักฟุตบอลฝ่ายตรงข้าม”…?!

 

ภาพประกอบบทความ

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สนามฟุตบอลแห่งหนึ่งในเขต Moselle ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในวันนั้นได้มีการแข่งขันของลีกมือสมัครเล่นดิวิชั่น 2 ระหว่างทีม SC Terville และ AS Soetrich

การแข่งขันในครั้งนั้นจบลงด้วยสกอร์ 1 ต่อ 1 ดูแล้วก็ไม่น่ามีใครต้องเจ็บใจสักเท่าไหร่กับคะแนนนี้ แต่ดูเหมือนว่านักฟุตบอลสองคนจากทั้งสองทีมนั้นจะมีปัญหาในตอนเข้าปะทะกันสักเล็กน้อย

ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งไม่ได้ติดใจอะไร แต่อีกฝ่ายนั้นกลับไม่พอใจอย่างมากและได้แบกความเดือดดาลตามอีกคนมาถึงบริเวณลานจอดรถหลังจบการแข่งขัน

 

.

 

จากคำให้การของตัวผู้ก่อเหตุและพยานกล่าวว่า นักฟุตบอลจากทีม AS Soetrich (ไม่เอ่ยนาม) ได้วิ่งเข้ามาบันดาลโทสะใส่นักฟุตบอลจากทีม SC Terville (ไม่เอ่ยนาม)

การโต้เถียงกลายเป็นการชกต่อยขึ้นมา โดยทางฝ่าย SC Terville บอกว่าตนเองพยายามที่จะหยุดสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทาง AS Soetrich ไม่ยอมและตัดสินใจกัดไอ้จ้อนของเขา

 

 

นักฟุตบอลจากทีม SC Terville ที่ถูกกัดอวัยวะเพศชายนั้นถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเป็นการด่วน และอาการบาดเจ็บของเขานั้นก็ไม่ใช่เล็กๆ เลย เพราะเขาต้องเย็บแผลถึง 10 เข็มและนอนพักฟื้นอยู่ที่นั่นถึง 4 วัน

แม้เหตุการณ์นี้จะไม่มีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทว่าทางฝั่งทีม SC Terville ก็รู้สึกไม่โอเคและนำเรื่องดังกล่าวยื่นร้องเรียนกับทางคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขัน

 

 

โดยถึงแม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2019 แต่ล่าสุดในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ทางคณะกรรมการก็เพิ่งได้ออกมาแถลงบอกบทลงโทษที่จะได้รับ

สำหรับนักฟุตบอลผู้ก่อเหตุกัดไอ้จ้อนนั้น เขาถูกแบนไม่ให้ลงแข่งขันในลีกนานถึง 5 ปีเต็ม

ทีม AS Soetrich ก็ถูกตัดแต้มและปรับเงิน 200 ยูโร (ราว 6,800 บาท) โทษฐานที่ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยในฐานะทีมเหย้า และไม่จัดการอะไรเลยหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ส่วนนักฟุตบอลจากทีม SC Terville นั้นถูกตัดสินให้โดนแบน 6 เดือน แม้จะบอกว่าพยายามไม่มีเรื่องกับอีกฝ่ายก็ตาม แต่ก็ถือว่ามีส่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ภาพประกอบบทความ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: FoxSports , Goal , Unilad

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์