การเสริมความงามคือทางเลือกหนึ่งในการดูแลผิวพรรณให้ดูดี พร้อมกับการที่จะต้องศึกษาคลีนิกที่เปิดคอร์ส มีการให้คำแนะนำและคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

แน่นอนว่ามันก็มักจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นเป็นประจำ โดยในเคสนี้เกิดขึ้นกับหญิงชาวจีนนามว่านางสาวฉีจากเมืองหางโจว ที่ตั้งใจจะกระชับผิวหน้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์ กลับกลายเป็นว่าได้หน้าที่บึ้งตึงกลับมา

 

 

จากการรายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นระบุว่า เธอได้รับการโน้มน้าวจากคนขายคอร์สกระชับผิวในคลีนิกให้รับการฉีดฟิลเลอร์เข้าแก้ม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้ให้คำปรึกษาขายคอร์สกระชับผิวกล่าวกับเธอว่าการฉีดฟิลเอลร์จะดูเป็นธรรมชาติ และใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพผิวไม่นาน

 

 

เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอก็ได้จ่ายเงินไป 20,000 หยวน (89,694 บาท) เพื่อรับการการกระชับใบหน้าสองขั้นตอน หากแยกแค่การฉีดฟิลเลอร์แค่อย่างเดียวก็มีราคาอยู่ที่ 8,000 หยวน (35,877 บาท)

หลังจากที่ฉีดเข้าไปแล้ว เธอกลับพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก เพราะมันปรับโครงหน้าของเธอไปในทางที่ไม่อยากได้ โดยเฉพาะใบหน้าที่ดูดุบึ้งตึงคิ้วขมวดอยู่ตลอดเวลา

 

 

เจ้าหน้าที่คลีนิกที่ฉีดฟิลเลอร์ให้บอกว่าใบหน้าแบบนี้จะบวมไปสักพัก แล้วมันก็จะหายไปเองในที่สุด แต่ในความเป็นจริงคือเวลาผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว มันก็ไม่ได้หายไปไหน

 

 

โดยก่อนหน้านี้เธอเข้ารับการเสริมความงามกับคลีนิกแห่งนี้มาแล้วและได้ผลที่พอใจ แต่พอเกิดเหตุหลังฉีดฟิลเลอร์เข้าไปก็พบว่าหางตากระชับเข้ามากขึ้นจนดูหน้าดุ ทั้งๆ ที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้มีอาการโมโหใคร และอยากจะขอเงินคืนเต็มจำนวน

 

 

ในส่วนของผู้จัดการคลีนิกกล่าวว่ายินดีที่จะรับผิดชอบทั้งหมด แต่ต้องรอดูว่าอาการบวมยังคงอยู่ไปจนถึงเดือนหน้าหรือไม่

เพราะว่าก่อนหน้านี้เธอก็เข้ารับการศัลยกรรมพร้อมฉีดฟิลเลอร์ จะต้องรอให้หน้าเข้าที่เข้าทางก่อน หากไม่ดีขึ้นก็ยินดีจะแก้งานให้ฟรีๆ ตามที่ต้องการ

แต่แม้จะมีข้อเสนอจากทางคลีนิกแบบไหน นางสาวฉีก็ไม่อยากจะแก้ใบหน้ากับคลีนิกแห่งนี้อีกแล้ว

 

ที่มา: dailymail, ladbible

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...