ปัจจุบัน เพื่อนๆ อาจเคยได้ยินคำว่า “เพื่อนเที่ยว” หรือ “เด็กเอนฯ” (เต็มๆ คือ เอนเตอร์เทนเนอร์) ซึ่งอาจมองได้ว่ามันคืองานที่ต้องไปออกเดตกับคนแปลกหน้า โดยไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว

ถามว่าเด็กเอนฯ นั้นต่างกับเด็กเสี่ยยังไง? ถ้าจะพูดง่ายๆ เลยคือเด็กเอนฯ สามารถเลือกรับงานแบบที่ไม่ต้องจบบนเตียงได้ รับงานเป็นครั้งๆ ไป

 

และหญิงสาววัย 23 ปีคนนี้ ก็คงเป็นตัวอย่างนิยามคำว่าเด็กเอนฯ ที่พอเข้าใจได้

 

Anastasia Robertson สาวชาวอังกฤษจากเมืองซัลฟอร์ด เธอคือคนที่กล้าบอกกับคนอื่นๆ ว่าตนเองทำงานเป็นเด็กเอนฯ รับงานเป็นเพื่อนเที่ยวออกเดตกับลูกค้า

สำหรับ Anastasia นั้น เธอมีอาชีพหลักจริงๆ เป็นผู้ดูแลคนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ (คนชรา เด็ก หรือผู้พิการ) ซึ่งทำรายได้ให้เธอ 16,000 ปอนด์ต่อปี (ประมาณ 626,000 บาท)

แต่การที่เธอรับงานเสริมเป็นเด็กเอนฯ นั้น เธอก็บอกว่ามันไม่ใช่เพราะเธอต้องการเงินเป็นหลัก เพียงแต่เธอต้องการชีวิตที่อยู่นอกกรอบ การได้ทำในสิ่งที่เธอไม่มีโอกาสได้ทำในกิจวัตรประจำวัน

 

 

ชอบออกเดตกับคนแก่กว่า

Anastasia เล่าว่าเธอเริ่มงานออกเดตกับคนแปลกหน้าครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนั้นเธอได้รู้จักกับเว็บไซต์หาคู่เดตที่มีชื่อว่า Seeking Arrangement

หลังจากนั้นมาเธอก็ได้เริ่มออกเดตกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตา ซึ่งทั้งหมดนั้นจะอยู่ในช่วงอายุ 30-60 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่อายุ 50 กว่าๆ กล่าวคือเธอชอบเดตกับคนอายุมากกว่านั่นเอง

 

และเธอยังบอกด้วยว่าอายุประมาณนั้นยังไม่ตรงกับความต้องการจริงๆ ของเธอเลย

 

หญิงสาวบอกว่าความจริงแล้วเธอหวังที่จะได้ออกเดตกับชายที่อายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป (นั่นรุ่นปู่เธอได้เลยนะ) โดยเธอให้เหตุผลว่ามันเป็นเพราะคนในช่วงวัยนั้นมักจะดูแลเธอได้ดีกว่าคนหนุ่มๆ

“ฉันพบว่าผู้ชายที่แก่กว่ามากๆ มักจะมีมุมมองในชีวิตที่น่าสนใจ พวกเขาสามารถแนะนำฉันได้เป็นอย่างดี จนบ่อยครั้งที่ฉันไม่ได้มองพวกเขาเป็นคู่เดต แต่เป็นเหมือนครูที่ช่วยสอนให้เรียนรู้ในหลายๆ สิ่ง

เป็นไปได้ฉันอยากเจอคนที่อายุรุ่นราวคราวปู่เลยด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาเข้าใจได้ดีว่าการที่เราไปออกเดตกันมันไม่ใช่เรื่องของความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และดูแลฉันได้ดีกว่า”

 

 

สิ่งที่เธอได้จากงาน

โดยสำหรับการออกเดตมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนใหญ่แล้วผู้ชายแทบทุกคนที่เธอได้เจอนั้นก็มักจะเป็นคนที่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง สามารถดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายของการออกเดตให้เธอได้

เพราะอย่างนั้น Anastasia จึงมักจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเพิ่มพิเศษ หรือไม่ก็อาจเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้า เครื่องประดับต่างๆ

นั่นยังไม่รวมกับประสบการณ์อันหลากหลายที่เธอไม่เคยทำมาก่อน เพราะบางครั้งลูกค้าก็อาจพาเธอไปออกเดตด้วยการทำกิจกรรมเจ๋งๆ เช่น ล่องเรือยอร์ช พาราไกลดิง (ร่มร่อน) หรือแม้แต่ได้มีโอกาสเข้าพักในโรงแรมสุดหรู

 

ทั้งหมดนั้นทำให้เธอมองว่าการเป็นเด็กเอนฯ ก็ไม่ต่างกับการออกผจญภัย

 

สัญญาห้ามมีเซ็กส์

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายๆ คนอาจสงสัยว่าแล้วงานที่เธอทำนั้นมีเรื่องบนเตียงเข้ามาเกี่ยวด้วยหรือเปล่า? หญิงสาวเล่าว่าก่อนที่เธอจะออกเดตกับลูกค้า พวกเขาจะต้องเซ็นรับรองก่อนว่าจะ “ไม่มีเซ็กส์กันโดยเด็ดขาด”

เพราะสำหรับเธอแล้วการออกเดตแบบที่ไม่มีโอกาสจะสานต่อกันได้นั้น มันเป็นเพียงแค่งานของเธอ แม้หลายๆ ครั้งเธอจะมีความสุขที่ได้ไปในที่ๆ ไม่เคยไป แต่มันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลายเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว

 

 

ได้มีแฟนเพราะรับงานเด็กเอนฯ

ดูเหมือนว่าเธอจะยึดมั่นชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับลูกค้า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่เคยทำอย่างนั้นมาก่อนเลย

Anastasia เล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่นานนัก เคยมีครั้งหนึ่งที่เธอเกิดตกหลุมรักชายที่เป็นลูกค้าของเธอ จนทั้งสองเริ่มคบหากันอย่างเปิดเผยและมีอะไรกัน

เธอเล่าว่ามันคือความรักที่เกิดขึ้นกับชายวัย 30 กว่าๆ เขาเป็นนักดนตรีอยู่ที่ประเทศสเปน การพูดคุยกันทางไกลเริ่มกลายเป็นความใกล้ชิด และเขาก็เสนอออกค่าเครื่องบินให้เธอเดินทางไปหาเขา

 

ชายคนนั้นยังออกเงินค่ารอยสักรูปมังกรด้านหลังของเธอนี้ด้วย

 

การเดินทางไปยังต่างแดนครั้งนั้นได้เปลี่ยนจากการทำงานเป็นความสัมพันธ์ และเมื่อทั้งสองต่างรู้ใจของกันและกัน พวกเขาก็เลือกที่จะคบหากันอย่างเปิดเผย โดยที่หญิงสาวก็เลิกทำงานเป็นเด็กเอนฯ ไป ณ ตอนนั้น

ทว่าความรักของทั้งสองคนก็ได้สิ้นสุดลงหลังจากคบกันเพียงแค่ 3 เดือน การแยกทางกันในช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมา ทำให้ Anastasia ตัดสินใจกลับมาเริ่มงานเป็นเด็กเอนฯ อีกครั้ง

 

 

ครอบครัวรับได้

“ฉันสนิทกับคนในครอบครัวมาก ฉันจึงบอกเรื่องนี้ให้พวกเขาได้รับรู้”

แล้วถามว่าพ่อแม่ของเธอโอเคกับงานเสริมที่ทำมั้ย? คำตอบก็คือพวกเขาโอเคและพร้อมที่จะสนับสนุนการตัดสินใจของเธออย่างเต็มที่ ตราบใดที่สิ่งนั้นทำให้เธอมีความสุขและเธอยังคงยึดมั่นในแนวทางที่เหมาะสม

พวกเขามองว่าการเป็นเพื่อนเที่ยว การไปออกเดตกับคนแปลกหน้าโดยที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางกายและใจนั้น มันเป็นแค่งานจริงๆ และการที่ลูกสาวเลือกหนทางชีวิตแบบนั้นก็ไม่ใช่เส้นทางที่ผิด

 

 

ปัจจุบัน Anastasia ยังคงออกเดตอยู่กับผู้ชายประมาณ 8 คน มีทั้งวิศวกร หมอ หรือแม้แต่เจ้าของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการออกเดตเพื่อหาคู่ครองผ่านแอปฯ Tinder หรือผู้ชายที่เพื่อนๆ ของเธอแนะนำมา

ถึงอย่างนั้นเธอก็บอกว่าผู้ชายที่เจอส่วนใหญ่มักจะรับไม่ได้ถ้าเธอบอกไปว่าเธอทำงานเป็นเด็กเอนฯ แต่แน่นอนว่าถ้าเธอเจอคนที่ใช่จริงๆ เมื่อไหร่ ถ้าเขารับได้กับสิ่งที่เธอบอก เธอก็จะหยุดทำงานนี้ในทันที

โดยเธอยังคงแอบหวังว่าสักวันเธอจะได้เจอคนคนนั้น…

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: DailyMail , Mirror , Legit

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์