สรุปประเด็นดราม่า ‘ก็อตซิลลา’ ลิงแสมอ้วนถูกเจ้าหน้าที่ยึด คนหวั่นตรอมใจตายอยากให้คืนเจ้าของ


700 shares

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านจากการรายงานของสื่อต่างประเทศและสื่อไทย เกี่ยวกับชีวิตของเจ้าลิงแสม ‘ก็อตซิลลา’ หรือ ‘ก็อต’ ที่อยู่ในแผงขายลูกชิ้นตลาดมีนบุรี กรุงเทพมหานคร กับน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึงขั้นอันตรายมากกว่า 20 กิโลกรัม

 

 

สำหรับน้ำหนักของลิงแสมนั้นทั่วไปจะมีน้ำหนักระหว่าง 8-10 กิโลกรัม ทว่ารายงานเบื้องต้นระบุว่ามันกินเศษอาหารที่บรรดาคนเดินผ่านไปมาคอยให้

คลิปวิดีโอบางส่วนเผยให้เห็น ‘ก็อตซิลลา’ อายุ 3 ปี 8 เดือน นั่งอยู่บนแผงลอยของร้านค้าที่มีเชือกผูกติดอยู่ สวมเสื้อยืดรัดรูป ล้มตัวลงบนหมอน

 

 

ชาวบ้านที่มาเดินตลาดต่างก็เข้ามาเล่นกับลิงโดยการลูบหลังให้ บางคนก็ยื่นขวดน้ำดื่มให้ นอกจากนี้บรรดาคนเดินตลาดต่างรุมล้อมแผงลอยดังกล่าวเพื่อเอาอาหารให้ก็อตซิลลากิน

 

 

การพรากลิงออกจากเจ้าของ

 

ในวันที่ 25 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) และสัตวแพทย์ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า

ได้เดินทางมาพบ นายมานพ เอ็มสรรค์ เจ้าของ​ลิงแสมก็อตซิลลา ลิงแสม โดยเข้าแสดงตัวเพื่อขอรับลิงกลับไปอยู่ในความดูแลของกรมฯ

เพื่อนำไปตรวจสุขภาพ พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่คลินิกสัตว์ป่า ภายในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ บางเขน ก่อนที่จะนำกลับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

 

ข้อมูลกับทางฝั่งเจ้าของ

 

นายมานพ เอ็มสรรค์ เปิดเผยกับสื่อว่าตลอดเวลาที่ตนเลี้ยงเจ้าก็อตไม่เคยมีอาการดุร้าย เลี้ยงจนเชื่องแล้ว ไม่ทราบว่าพอจะมีทางใดที่สามารถนำตัวเจ้าก็อตกลับมาเลี้ยงที่บ้านได้เหมือนเดิมหรือไม่ หากเป็นไปได้ตนอยากจะพากลับบ้านทันที เพราะเกรงว่ามันจะตรอมใจตาย

ตนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงเรื่องการอยู่อาศัยของเจ้าก็อตซิลลาเป็นอย่างมาก ปกติไม่เคยห่างกันแบบนี้ รู้สึกทำใจไม่ได้

 

 

ปกติจะพาก็อตซิลลาไปตลาดด้วย เพื่อคอยดูแลไม่อยากให้มันอยู่ลำพังเพราะจะเกิดความเครียด แม้ว่าจะมีคนมากมายให้อาหารก็อตซิลลากิน แต่มันจะเลือกกินอาหารเฉพาะจากคนที่มันชอบเท่านั้น ขี้จุกจิก และโกรธง่ายหากไม่ชอบคนๆนั้น

ที่ผ่านมาคอยให้อาหารและดูแลอย่างดี แต่ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ เพราะตั้งแต่ที่ก็อตซิล่ายังตัวเล็กๆ ก็ได้รับการเลี้ยงดูจากมนุษย์จึงไม่รู้วิธีหาอาหารกินเองในป่า

แม้ว่าก็อตซิลลาจะออกกำลังกายทุกเช้า แต่ก็ยังไม่สามารถลดน้ำหนักตัวลงได้ อีกทั้งไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาจับตัว และจะเริ่มดุร้ายหากไม่ชอบคนที่มาแตะต้องตัวมัน

 

 

นายสมรักษ์ เอ็มสรรค์ ลูกชายเจ้าของลิง เปิดเผยว่าหลังจากมาเยี่ยมเจ้าก็อตที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมฯ รับสภาพการอยู่อาศัยไม่ได้ มียุงชุมต่างจากที่เลี้ยงตอนอยู่บ้านให้อยู่ในห้องแอร์ มีกำหนดเวลาเรื่องอาหารการกิน

 

 

ส่วนเรื่องที่สื่อบางสำนักเอาไปลงข่าวว่าปล่อยให้กินเศษอาหารจนอ้วนนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงที่จะให้กินทุกอย่างตามที่มีคนเอามาให้อย่างในคลิปที่เห็นในโซเชียล ตนจะตรวจดูทุกครั้งว่าปลอดภัยหรือไม่ ส่วนเรื่องที่เจ้าหน้าที่มารับตัวเจ้าก็อตไปนั้นไม่มีใครทราบเรื่องมาก่อนและรู้สึกแปลกใจมาก

 

 

นายโรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย ระบุว่าความจริงแล้ว กรมอุทยานควรทำเพียงแค่ไปเตือน หรือแนะนำการเลี้ยงดูเจ้าก็อตซิลลา เพื่อให้กลับมามีสุขภาพดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดไปไว้ในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า

กรมอุทยานสามารถผ่อนผันให้เจ้าของสามารถเลี้ยงต่อได้ ตามกฏหมายอุทยานฉบับใหม่ เรื่องของการกระทำเพื่อช่วยชีวิตสัตว์ เพราะหากกรมอุทยานเห็นว่า คนเลี้ยงมีความผิดจริง ก็คงจะจับคนเลี้ยงไปแล้วด้วย

 

 

ชาวเน็ตวิจารณ์การกระทำของกรมอุทยาน

บนโลกออนไลน์ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก บางส่วนต้องการให้ทางกรมอุทยานคืนเจ้าก็อตให้กับเจ้าของ บางทีก็น่าจะยกเว้นให้บ้าง ถ้าอยากให้ลดน้ำหนักก็ให้เจ้าของจัดการเอง ดีกว่าจับไปอยู่ในกรง

บ้างก็ว่าเคยอยู่กับคนมานานแล้วแต่กลับถูกจับไปอยู่ในที่แบบนั้น มันจะกินจะนอนอย่างไร หากมันรู้สึกตรอมใจก็เท่ากับว่าเป็นการเอามันไปขังให้ตาย ส่วนเรื่องน้ำหนักเยอะก็มองว่าเป็นเพราะเจ้าของรักเหมือนลูกไม่เคยปล่อยให้อด

การจับมันแยกห่างจากเจ้าของขนาดนี้ จะสามารถการันตีถึงสุขภาพความเป็นอยู่ของมันได้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของสภาพจิตใจที่ผูกพันกับคนไปแล้ว

 

ข้อมูลจากทางฝั่งกรมอุทยาน

 

และจากกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติรับตัวเจ้าก็อตไปดูแล้ว พร้อมกับเกิดการตั้งประเด็นคำถามมากมายบนโลกออนไลน์ ว่าทำไมถึงไม่สามารถเลี้ยงไว้ได้นั้น

บนเพจ ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า ได้ออกมาชี้แจงในประเด็นดังกล่าวโดยได้ระบุข้อความดังที่ปรากฎด้านล่าง

 

 

ข้อเท็จจริง “กรณีลิงแสม”

เจ้าของลิงแจ้งว่าก่อนหน้านี้มีลิงแสมทั้งหมด 3 ตัว ถูกรถชนและสุนัขกัดตายไป 2 ตัว จึงเหลือเจ้า “ก็อตซิลล่า” เพียงตัวเดียว โดยขณะนั้นได้โทรประสานขอคำแนะนำหน่วยงานหนึ่งให้ไปรับ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้น ได้แนะนำว่าให้สามารถเลี้ยงดูได้ตามปกติ เจ้าของจึงเลี้ยงดูมาจนถึงปัจจุบัน (โดยไม่มีเอกสารได้มาอย่างถูกต้องของทางราชการ)

โดยความเป็นจริงนั้นหน่วยงานที่เจ้าของลิงแจ้งไป ไม่ใช่หน่วยงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่อย่างใด จึงได้รับคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง

ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหมายเลขโทรศัพท์ที่คอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในกรณีสัตว์ป่าพลัดหลงหรือได้รับบาดเจ็บ นั้นคือ สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รับสายให้ความรู้ ความช่วยเหลือที่ถูกต้อง ตลอด 24 ชม.

ซึ่งในกรณีนี้เมื่อประชาชนพบสัตว์ป่าพลัดหลงหรือได้รับบาดเจ็บ หากได้ให้ความช่วยเหลือหรือจับไว้ได้แล้ว จะต้องนำสัตว์ป่านั้นไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจในท้องที่นั้น เพื่อแสดงเจตนาความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ต้องการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นไว้

เนื่องจากตามกฎหมาย ผู้ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่สามารถครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองได้ และโทรศัพท์แจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯออกไปรับมาดูแล

ในการรับสัตว์ป่าพลัดหลงหรือได้รับบาดเจ็บนั้นกรมอุทยานฯ จะมีทีมงานนำโดยสัตวแพทย์พร้อมอุปกรณ์ของกรมไปดำเนินการรับ หรือหากประชาชนสะดวกก็สามารถนำมาส่งได้ที่กรมอุทยานฯได้เช่นกัน

อนึ่ง ลิงแสม จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ชนิดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2562

ลิงแสมชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ชอบกินปู ปลา หอย แมลง และพืช ผักผลไม้ต่างๆ เป็นอาหาร สามารถว่ายน้ำและดำน้ำเก่ง ออกหากินตอนกลางวัน

ซึ่งจะพบเห็นได้ตามป่าชายเลนและริมฝั่งทะเล ลิงแสมพยายามจะปรับตัวให้สามารถอยู่ในพื้นที่บริเวณขอบนอกของป่า มากกว่าอยู่ในป่าลึก และสามารถปรับตัวในเข้ากับมนุษย์ได้ในบางโอกาส

ดั่งที่มักพบเห็นทั่วไปตามเมืองใหญ่ อาทิ ศาลพระกาฬ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี หรือ ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นต้น ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ของกรมอุทยานฯได้ดูแลตามปกติอยู่แล้ว

**กรณีเจ้าก็อตซิลล่า เกิดจากสื่อต่างประเทศและสื่อของไทยลงข่าว จึงเป็นความรับผิดชอบของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯจึงต้องเดินทางไปตรวจสอบดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและดูแลเรื่องสุขภาพของสัตว์**

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: @DNP.WILDHAWK, pptvhd36, dailynews, one31 ,amarintv, brighttv

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

700 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions