นักวิทย์เศร้า กรีนแลนด์ทุบสถิติ เสียน้ำแข็งกว่า 5 แสนล้านตัน ในช่วงปีที่ผ่านมา


มันเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ว่าในช่วงที่ผ่านมาโลกของเราได้เสียธารน้ำแข็งอย่างไม่มีวันหวนคืนไปเป็นจำนวนมาก

แค่ทราบกันหรือไม่ว่าในประเทศอย่างกรีนแลนด์ ในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา พวกเราต้องเสียน้ำแข็งไปมากถึง 532,000 ล้านตัน ในเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้นเลย

 

 

ตัวเลขที่ออกมานี้ไม่เพียงแต่จะน่ากลัวเอามากๆ เพราะมันเท่ากับว่าเราเสียน้ำแข็งไปเท่าๆ กับสระว่ายน้ำโอลิมปิก 6 สระทุกๆ วินาทีเลย

แต่มันยังเป็นตัวเลขที่มากที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยพบมาก มากกว่าเมื่อช่วงปี 2012 เจ้าของตำแหน่งเดิมที่เราต้องเสียน้ำแข็งไป 464,000 ล้านตันในปีเดียวเสียอีก

ความจริงสุดน่ากลัวนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในวารสาร Communications and Environment เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา

โดยข้อมูลส่วนใหญ่ของงานวิจัย จะมาจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมในโครงการ GRACE และ GRACE-FO ของนาซาซึ่งค่อยสังเกตการณ์ธารน้ำแข็งในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2003 อีกที

 

 

อ้างอิงจากนักวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ พวกเขาพบว่าในช่วงปี 2017-2018 ธารน้ำแข็งในพื้นที่มีการละลายที่น้อยมากๆ เนื่องจากในช่วงปีนั้นที่ฤดูหนาวที่กรีนแลนด์มีความหนาวเย็นเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาดำเนินเข้าสู้ช่วงปี 2019 อุณหภูมิที่เคยต่ำในพื้นที่กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทำให้ในฤดูร้อนปริมาณน้ำแข็งที่หายไปจึงมากขึ้นแบบเทียบกันไม่ได้เลยกับในอดีต และในปีเดียวระดับน้ำทะเลของโลกก็เพิ่มขึ้นถึง 1.5 มิลลิเมตรตามไปด้วย

 

 

“มันเป็นเรื่องร้ายแรงต่อโลกมากที่ปี 2019 เป็นปีแห่งการสูญเสียน้ำแข็งอีกครั้ง” คุณ Twila Moon นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด กล่าวเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ในปี 2012 มันเป็นเวลามากกว่า 150 ปีจากการละลายครั้งใหญ่ของน้ำแข็งครั้งก่อน… แต่ในปัจจุบันเรากลับมีการละลายหลังใหญ่ติดกันในเวลาไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น”

นี่นับเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะจากงานวิจัยอีกชิ้นที่ออกมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกันในปัจจุบันธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์ของเราก็กำลังอยู่ในสภาพที่ละลายไปจนไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาแล้วด้วย

 

 

ดังนั้นนี่อาจจะเป็นเหมือนการย้ำเตือนครั้งสุดท้ายแล้วก็เป็นได้ ว่าหากโลกยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะไม่เหลือธารน้ำแข็งอยู่อีกต่อไปแล้ว

และระดับน้ำทะเลทั่วโลกเองก็อาจจะพุ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้

 

ที่มา nature, iflscience, sciencemediacentre

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments