ภูเขาไฟ Grímsvötn ของไอซ์แลนด์ กำลังเสี่ยงปะทุอีกครั้ง หลังภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อปี 2011


เชื่อว่าสำหรับหลายๆ คนแล้ว ปี 2020 คงจะเป็นปีที่อะไรเลวร้ายพอใช้ได้เลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุการณ์โรคโควิด-19 ระบาดตอนต้นปี เหตุการณ์ไฟป่า หรือแม้แต่พายุรุนแรง

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเรื่องที่ไม่ดีเท่าไหร่ของปี 2020 ก็คงจะไม่จบลงง่ายๆ แต่อย่างไร เพราะเมื่อล่าสุดนี้เอง เจ้าหน้าที่ของไอซ์แลนด์ก็เพิ่งจะออกมาเปิดเผยว่า

 

การปะทุของ Grímsvötn ในเดือนพฤษภาคม 2011

 

ภูเขาไฟ Grímsvötn ซึ่งเป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่กลางธารน้ำแข็ง Vatnajökull ของประเทศนั้น ในปัจจุบันได้พร้อมที่จะปะทุได้ทุกเมื่ออีกครั้งแล้ว หลังจากที่เคยมีการปะทุครั้งก่อนไป เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา

การประกาศในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ นักวิทยาศาสตร์สามารถจับการสั่นสะเทือนความถี่สูงได้ในบริเวณภูเขาไฟ ซึ่งในอดีตการสั่นสะเทือนเช่นนี้ มักจะเกิดก่อนการปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟเสมอ

 

 

อย่างไรก็ตามการตรวจสอบในรูปแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อจำกัดเลย นั่นเพราะการจับการสั่นสะเทือนความถี่สูงนั้น มักจะไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจนที่ภูเขาไฟจะปะทุได้

และทำให้ทางผู้เกี่ยวข้องในปัจจุบันทำได้แค่เพียงเพิ่มระดับภัยคุกคามของภูเขาไฟ และประกาศการเฝ้าระวังเท่านั้น

ในกรณีนี้ผู้เขาไฟลุกนี้ระเบิด มันก็มีความเป็นได้สูงที่ความร้อนของภูเขาไฟจะสูงได้ตั้งแต่ 2000-4000 MW มากพอที่จะทำให้น้ำแข็งรอบๆ ละลายเข้าท่วมพื้นที่ใกล้ๆ

ในขณะที่เถ้าจากภูเขาไฟเองก็อาจจะรบกวนการเดินทางทางอากาศที่ซบเซาอยู่แล้วเพราะโรคโควิด-19 ให้เงียบเหงายิ่งกว่าเดิมด้วย

 

ร่องรอยน้ำแข็งละลายกว้าง 1.5 กิโลเมตร จากการปะทุมื่อปี 2011

 

อย่างไรก็ตามก่อนที่หลายคนจะกังวลกันจนมากเกินไป เราคงต้องระบุไว้ในที่นี้ด้วยว่าภูเขาไฟ Grímsvötn นั้นถือเป็นภูเขาไฟ ที่มีการระเบิดอยู่บ่อยครั้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

โดยในช่วง 800 ปีที่ผ่านมาภูเขาไฟ Grímsvötn ได้มีการปะทุไปแล้วอย่างต่ำๆ ถึง 65 ครั้ง ด้วยระยะห่างเฉลี่ยตั้งแต่ 4-15 ปี และการระเบิดของมันเองก็ใช่ว่าจะรุนแรงไปเสียทุกครั้งเช่นกัน

 

ที่มา iflscience และ theconversation

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments