อีกหนึ่งตัวละครในภาพยนตร์ Harry Potter ที่ผู้คนยังจำไม่เคยลืมเลือนก็คงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘ดัดลีย์ เดอร์สลีย์’ เด็กชายมักเกิ้ลตัวอ้วนจอมเอาแต่ใจ ที่มักจะหาเรื่องแฮร์รี่อยู่เป็นประจำ

และหลังจากที่ Harry Potter จบลงเราก็แทบจะไม่เห็นข่าวคราวของนักแสดงคนนี้จนทำให้หลายคนลืมไปแล้วว่าหน้าตาของเขาเป็นอย่างไรเมื่อโตขึ้นมา

 

 

แต่ทุกคนทราบไหมคะว่าจากนักแสดงเด็กที่ทุกคนลืมเลือนไปแล้ว ในตอนนี้เจ้าหนูดัดลีย์กลับกลายเป็นนักแสดงหนุ่มที่ผู้คนกำลังพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง โดยเจ้าหนูดัดลีย์มีชื่อในชีวิตจริงว่า Harry Melling 

วันนี้ #เหมียวนานะ ก็เลยอยากจะพาทุกคนมาชมพัฒนาการของชายหนุ่มคนนี้กันดีกว่าค่ะ และมาดูกันว่าทำไมเขาคนนี้ถึงเพิ่งได้รับความสนใจจากวงการภาพยนตร์ทั่วโลก…

 

 

ก็อย่างที่เราทราบกันดีว่า Harry ได้รับความสนใจครั้งแรกจากบทบาทดัดลีย์ในตอนที่เขาอายุ 12 ขวบ แต่จริงๆ แล้วเขาคนนี้หลงใหลในการแสดงมาตั้งแต่เกิดแล้วด้วยซ้ำ

นั่นก็เป็นเพราะว่าครอบครัวของเขาทำงานเกี่ยวกับด้านวงการบันเทิงมาโดยตลอดค่ะ ทำให้เขาก้าวเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุแค่เพียง 4 ขวบ โดยชีวิตในวัยเด็กเขาใช้ไปกับการเข้าคลาสเรียนเต้น ร้องเพลงและการแสดงซะเป็นส่วนใหญ่

 

 

Harry ถูกมองว่าเป็นเด็กอ้วนมาตลอด พอมาถึงปี 2009 เขาก็ทำให้วงการตะลึงกับการลดน้ำหนักอันฮวบฮาบที่ทำให้เขาดูดีมากขึ้นและลบภาพของเด็กอ้วนขี้เอาแต่ใจไปได้อย่างสิ้นเชิง

พอหลังจากที่ภาพยนตร์ Harry Potter จบลง Harry แทบจะถูกผู้คนลืมเลือนไปเลยเพราะรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป แม้ว่าเขาก็ยังคงรับบทบาทเล็กๆ น้อยๆ ในซีรีส์บ้างประปราย แต่ก็ไม่ได้เด่นพอให้ผู้คนเริ่มจำเขาได้เท่าไรนัก

 

 

เวลาผ่านมาจนถึงปี 2017 พ่อหนุ่ม Harry ก็ได้ปรากฎตัวในภาพยนตร์เรื่อง The Lost City of Z (2017) และ The Current War (2017) แต่ก็นั่นแหละค่ะ ไม่มีใครจำเขาได้เลย…

 

Ballad of Buster Scruggs (2018)

 

พอมาถึงปี 2019 แสงสว่างในอาชีพนักแสดงของ Harry เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อเขาได้มีโอกาสรับบทบาทในซีรีส์ของทาง BBC อย่างเรื่อง His Dark Materials และ War Of The Worlds

ในซีรีส์ 2 เรื่องนี้ก็แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าเขาคือ Harry Melling อีกนั่นแหละ แต่สำนักข่าวเริ่มมองเห็นออร่า จึงมีหลายๆ เว็บไซต์เริ่มเอาภาพของเขามาลง พร้อมบอกว่า “จำกันได้ไหม? เจ้าหนูดัดลีย์กลับมาแล้ว”

 

 

Harry เริ่มกลับมาได้รับการพูดถึงอีกครั้งและยิ่งได้รับการพูดถึงมากขึ้นไปอีกในปี 2020 ในบทบาทตัวร้ายจากภาพยนตร์ของ Netflix อย่าง The Old Guard (2020)

 

 

หลังจากนั้นเขาก็ได้รับความสนใจอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง The Devil All the Time (2020) ที่เขาแสดงอารมณ์ได้อย่างไร้ที่ติ

 

 

จนมาถึงภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง The Queen’s Gambit (2020) ที่เขาแสดงเป็นหนุ่มขี้แพ้ แต่อบอุ่นได้อย่างน่าสงสารเสียจนเอาอดเอ็นดูไม่ได้เลย

 

 

ที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะถูกลืมเลือน แต่ Harry มองว่ามันคือพรอันแสนวิเศษที่ทำให้ชีวิตเขาเดินมาถึงจุดนี้ได้ เขากล่าวในบทสัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ People ว่า

“ผมว่ามันเป็นพรในชีวิตของผมนะที่ผมไม่ได้รับการจดจำ ถึงผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังและคนจำไม่ได้ แต่ผมก็รู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่เรื่อยๆ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ต่อผมมาก”

 

 

ใครจะไปรู้ล่ะว่าเด็กน้อยผู้ถูกลืมในวันนั้น จะก้าวขึ้นมาสู่นักแสดงที่ผู้คนชื่นชมในตอนนี้ เรียกได้ว่าความสามารถของเขานั้นล้นเหลือจริงๆ ค่ะ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวนานะ

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...