เคยได้ยินเรื่องราวของชายชื่อ “ฮาเซคุระ โรคุเอมอน สึเนะนากะ” กันมาก่อนไหม? เขาคือซามูไรของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริวารของ “ดาเตะ มาซามุเนะ” ไดเมียวแห่งเซนไดผู้มีชื่อเสียงอีกที

 

 

แต่แม้ว่าจะเป็นเพียงบริวารคนหนึ่งก็ตาม เรื่องราวของฮาเซคุระ สึเนะนากะกลับเป็นอะไรที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาคนนี้ คือซามูไรที่มีโอกาสได้ท่องไปทั่วโลก จนเป็นที่รู้จักทั้งในเม็กซิโก สเปน และอิตาลีเลย

แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นซามูไร การเดินทางของฮาเซคุระ สึเนะนากะนั้นย่อมไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความอยากท่องเที่ยวเฉยๆ เป็นแน่ กลับกันชายคนนี้ได้ออกเดินทางจากบ้านเกิดในสถานะทูตเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสเปนกับญี่ปุ่นทางหาก

ดังนั้นการเดินทางไปยังเมืองอากาปุลโกของเม็กซิโก ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นเขตอุปราชแห่งสเปนจึงถือว่าไม่ใช่ความคิดที่แย่เลย

 

เรือที่จำลองเรือใบที่สร้างขึ้นในญี่ปุ่น ซึ่งสึเนะนากะใช้เดินทาง

 

เรือของสึเนะนากะนั้น ออกเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นไปในวันที่ 28 ตุลาคม 1613 พร้อมๆ กับลูกเรือ 180 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย ซามูไรของโชกุน 10 นาย ซามูไรจากเซนได 12 นาย ชาวสเปนและโปรตุเกส 40 ราย และชาวญี่ปุ่นที่มีทั้งพ่อค้า นักเดินเรือ ผู้นับถือคริสต์ และคนใช้ร่วมอีก 120 คน

พวกเขาใช้เวลาเดียวเรือกว่า 3 เดือน เพื่อเดินทางจากญี่ปุ่น ผ่านแคลิฟอร์เนียไปยังเมืองอากาปุลโก โดยพวกเขาเทียบท่าที่อากาปุลโกในวันที่ 25 มกราคม 1614 และแม้จะมีปัญหาอยู่บ้างแต่พวกเขาก็สามารถทำหน้าที่ทูตของตัวเองไปได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตามแทนที่การเดินทางของสึเนะนากะจะจบลงเท่านี้ เจ้าตัวกลับได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระสันตะปาปาและดินแดนที่ไม่เคยมีคนญี่ปุ่นไปถึง ดังนั้นเข้าจึงตัดสินใจที่จะเดินทางต่อโดยทิ้งผู้ติดตามบางส่วนไว้ที่อากาปุลโก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพอค้า) และตั้งเป้าหมายใหม่ไว้ที่อิตาลี

 

 

การเดินทางแห่งโชคชะตานี้ทำให้สึเนะนากะได้ไปเยี่ยมเยือนทั้งคิวบา สเปน ฝรั่งเศส เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและหยุดพัก ก่อนที่จะเดินทางไปถึงอิตาลีในที่สุด

ตัวสึเนะนากะได้เข้าพบกับสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 5 ด้วยตัวเองในวันเดือนพฤศจิกายน 1615 โดยเขาได้ส่งคำขออย่างเป็นทางการในการเปิดการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับยุโรปต่อพระสันตะปาปาและขอให้มีการส่งผู้ที่เผยแผ่ศาสนาคริสต์ไปที่ญี่ปุ่น

 

คณะผู้แทนญี่ปุ่นมาถึงอิตาลี

 

แน่นอนว่าพระสันตะปาปาตกลงต่อคำขอของเขาทันที (ยกเว้นเรื่องการค้าเนื่องจากอำนาจอยู่ที่ราชาแห่งสเปน) แถมพระสันตะปาปายังลงทุนแต่งตั้งสึเนะนากะให้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของโรมัน และเขียนจดหมายให้กับมาซามุเนะโดยตรงเลยด้วย ซึ่งแม้แต่ในปัจจุบันจดหมายฉบับดังกล่าวก็ยังคงเปิดให้เข้าชมได้อยู่ที่เมืองเซนได

นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่เรื่องราวของสึเนะนากะหลังจากนั้นจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะเขาไม่เพียงแต่จะถูกราชาแห่งสเปนปฏิเสธการค้าขายกับญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เมื่อเขากลับมาถึงญี่ปุ่นในปี 1620 เขากลับพบอีกว่าแนวคิดของคนญี่ปุ่นในเวลานั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

ประกาศที่แต่งตั้งให้สึเนะนากะเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของโรมัน

 

นั่นเพราะไม่เพียงแต่ในเวลานั้น ชาวญี่ปุ่นจะเริ่มมีการล้มล้างศาสนาคริสต์ออกจากประเทศเท่านั้น แต่การค้าขายและความสัมพันธ์ทางการทูตทั้งหมดกับสเปนก็กำลังจะถูกยกเลิกไปจนหมดในอีกไม่กี่ปีด้วย ส่งผลให้การเดินทางของสึเนะนากะนั้น แทบจะเรียกได้ว่าสูญเปล่าเลย

เท่านั้นยังไม่พอเรื่องราวหลังจากนั้นของซามูไรคนนี้ยังแทบจะไม่มีการบันทึกเอาไว้เลยอีกด้วย ทำให้เราไม่อาจทราบได้แม้แต่เรื่องที่ว่าสุดท้ายแล้วชายคนนี้ ละทิ้งศาสนาคริสต์ไป หรือต่อสู้เพื่อมันจนถึงที่สุดด้วยซ้ำ

สิ่งเดียวที่เราทราบ คือฮาเซคุระ โรคุเอมอน สึเนะนากะนั้น ในท้ายที่สุดแล้วได้เสียชีวิตไปในปี 1622 ไม่ถึงสองปีหลังจากกลับมาบนแผ่นดินบ้านเกิด และกลายเป็นซามูไรแห่งญี่ปุ่นที่มีโอกาสได้พบกับพระสันตะปาปาไป

 

 

ที่มา japanitalybridge, curiosmos

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์