แน่นอนว่าคงมีหลายคนที่เบื่อการทำงานแลกเงินที่มันแสนเหน็ดเหนื่อย และอยากจะหาลาภลอยสักก้อนแบบชนิดที่ว่าเจอครั้งเดียวรวยเปรี้ยงไปเลย แต่ยังหาลาภอันนั้นไม่เจอสักที (ยกเว้นซื้อหวยอ่ะนะ)

ในตอนนี้โอกาสของคุณได้มาถึงแล้ว เพราะมีมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่ซ่อนทรัพย์สมบัติเอาไว้ว่า 65 ล้านเอาไว้และรอให้ใครสักคนไปพบเจออยู่!!

 

 

ถือว่าเป็นโอกาสทองของนักล่าขุมทรัพย์เลยก็ว่าได้สำหรับงานนี้ เพราะมหาเศรษฐีชื่อว่า Mr Fenn หรือ Forrest Fenn วัย 87 ได้แสดงความมีน้ำใจต่อชาวโลกด้วยการฝังสมบัติล้ำค่าเอาไว้

ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า บริเวณที่เขาฝังเอาไว้ก็คือสักจุดหนึ่งบนเทือกเขาร็อกกี้ ในทวีปอเมริกาเหนือ พร้อมทั้งทิ้งลายแทงเอาไว้

 

ทว่า Mr Fenn ก็ได้บอกเอาไว้ว่ามันอาจจะต้องใช้เวลาเป็นพันๆ ปี กว่าที่จะหาใครสักคนที่หาสมบัติของเขาเจอ

แถมยังบอกอีกด้วยว่าเคยมีคน 4  คนที่ต้องเสียชีวิตลงไปขณะหาสมบัติของเขาด้วย

และที่มากไปกว่านั้นเขายังบอกอีกด้วยว่ามีผู้คนกว่า 350,000 คนที่เคยพยายามจะหาสมบัติของเขาให้เจอจนได้

 

 

สำหรับสถานที่ที่เขาฝังสมบัติเอาไว้นั้น Mr. Fenn ก็บอกว่ามันเป็นอะไรที่หาเจอง่ายมากๆ แค่เพียงดูลายแทงและตีความจากบทกลอนที่เขาทิ้งเอาไว้ให้เท่านั้นเอง ซึ่งมีใจความคร่าวๆ ดังนี้

“มันเริ่มขึ้นที่ที่น้ำอุ่นหยุดชะงักและพาไปสู่หุบเขาทางด้านล่าง ไม่ไกลเกินไปนักแต่ไกลเกินกว่าที่จะเดิน ฉันอยู่ข้างใต้บ้านของคุณ Brown”

 

 

นอกจากนี้ Mr Fenn ยังอธิบายเพิ่มเติมในบล็อกของเขาด้วยว่า เขาได้ฝังลาภลอยอันนี้ไว้ในพื้นที่สักแห่งระหว่างเมือง Santa Fe กับเมือง New Mexico และมีความสูงกว่า 5,000 ฟุตด้วย

 

via GIPHY

 

“ไม่จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนหินก้อนใหญ่ๆ หรือปีนหน้าผาอันสูงชัน มันไม่ได้อยู่ภายใต้สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โปรดจำเอาไว้ว่าผมมีอายุประมาณ 80 ปีแล้วในตอนที่ผมเอาสิ่งนี้ไปฝังเอาไว้ ดังนั้นโปรดใช้ความระมัดระวังและอย่าเสี่ยงอันตรายอะไรทั้งนั้นสำหรับการตามหา” 

“ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันอยู่ที่ไหน ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปความลับนี้ก็จะถูกฝังไปกับผมด้วย”  Fenn เขียนไว้ในบล็อก

 

และอัปเดตล่าสุดก็คือ สำนักข่าว CNN รายงานว่า คุณ Fenn ถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านของเขาเอง โดยสาเหตุการตายนั้นก็คือการเสียชีวิตด้วยโรคชรา

และนั่นทำให้ตำนานแห่งสมบัติล้ำค่า ที่หลายคนกำลังถกเถียงกันว่า..

มีใครค้นพบมันหรือยัง!?

หรือกระทั่ง สมบัติมันมีอยู่จริงหรือไม่!? คำพูดของเขาคือเครื่องจริงหรือจ้อจี้!?

ก็กลายเป็นเพียงเรื่องที่มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ และมันได้ตายไปพร้อมกับชายชราคนดังกล่าวแล้ว..

ที่มา: ladbibleindyweek

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ขอฝากแคทดั๊มบ์ไว้ในอ้อมใจของผู้ติดตามทุกท่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใด สามารถแจ้งเรามาได้ตลอดเวลา กระผมพร้อมน้อมรับนำมาแก้ไขปรับปรุงครับ ^^