“เป็ดเหลือง” ตั้งแต่ในอดีตนับว่าเป็นของเล่นประจำห้องน้ำที่ ทั้งมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจนเห็นกันได้บ่อยๆ ตามสื่ออยู่บ่อยๆ เลยก็ว่าได้

ดังนั้นเชื่อว่าคงมีหลายคนไม่น้อยที่อาจจะเกิดสงสัยกันขึ้นมา ว่าไอ้เจ้าเป็ดยางสีเหลืองเหล่านี้ ตกลงแล้วมันมาจากไหน และทำไมมันถึงต้องมีสีเหลืองด้วย ในวันนี้เราจะไปหาคำตอบพร้อมๆ กันครับ

 

 

จุดเริ่มต้นของเป็ดสีเหลืองและของเล่นยางหลายชนิดของโลกนั้น มีจุดเริ่มต้นในช่วงปลายยุค 1800

ช่วงเวลานั้นบริษัทหลายๆ แห่งในสหรัฐอเมริกาได้เริ่มนำเทคโนโลยียางแบบใหม่ของชาลส์ กู๊ดเยียร์ไปใช้ในการทำของเล่นรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงของเล่นรูปสัตว์สำหรับเด็ก

ในบรรดาของเล่นรูปสัตว์เหล่านี้เอง ซึ่งเป็ดยางได้กำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในช่วงแรกๆ ของการผลิตเจ้าเป็ดยางที่ออกมา ถูกวางเป้าหมายที่จะเป็น “Chew toys” หรือของเล่นที่ออกแบบมาให้เด็กกัดหรือเคี้ยวได้

และว่ากันตามตรง เป็ดยางรุ่นแรกนั้น มันยังลอยน้ำไม่ได้ และไม่ได้มีความคล้ายกับในปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ

 

 

อย่างไรก็ตามด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี ต่อมาในช่วงยุค 1934 ได้มีหนึ่งในบริษัทของเล่นยางซื้อลิขสิทธิ์เป็ด Donald duck เพื่อเอามาทำของเล่นลอยน้ำ

ดังนั้น เพื่อสู้กับคู่แข่ง บริษัทอื่นๆ จึงออกเป็ดยางของตัวเองออกมาบ้าง โดยในบรรดาคนเหล่านั้น ในช่วงปี 1949 ประติมากรชื่อ Peter Ganine ก็ได้สิทธิบัตรเป็ดยางตัวหนึ่ง

โดยเป็ดของเขา ไม่เพียงแต่จะลอยน้ำได้เท่านั้น แต่มันมีรูปร่างสุดคุ้นตา ซึ่งต่อมาถูกเชื่อว่ากลายเป็นรูปร่างมาตรฐานของ “เป็ดเหลือง” ในอนาคต

 

 

เป็ดเหลืองของคุณ Peter Ganine ในเวลานั้น เรียกได้ว่าขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยก็คงไม่เกินจริงนัก เพราะในช่วง 14 ปีหลังจากที่เขาจดสิทธิบัตรเป็ดยาง เจ้าตัวก็ขายเป็ดเหลืองได้มากกว่า 50 ล้านตัว

และนั่นก็ทำให้ทันทีที่ข้อจำกัดด้านสิทธิบัตรของเป็ดเหลืองถูกปลดในปี 1960 ของเล่นชิ้นนี้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่ห้องน้ำ ซึ่งใครๆ ก็หลงรักไปได้ไม่ยาก

 

 

ถึงขนาดว่าในปี 1992 ตอนเรือขนส่งสินค้าพลิกคว่าในมหาสมุทร เราก็มีมีโอกาสได้เห็นเป็ดเหลืองกว่า 29,000 ตัว ลอยในทะเลเป็นสัปดาห์

และในปี 2007 ศิลปินชาวเนเธอร์แลนด์ก็เคยสร้างเป็ดยางสูง 16.5 เมตร ที่ออกแสดงไปในหลายประเทศทั่วโลกเลย

 

 

ส่วนสำหรับคนที่ยังสงสัยว่าทำไมเป็ดยางถึงต้องมีสีเหลือง คำตอบนั้นคือสีเหลืองมักเป็นสีของลูกเป็ดที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานนั่นเอง

 

 

ที่มา mentalfloss, toyhalloffame และ quora

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...