หนุ่มรีวิวสถานกักตัวของรัฐ 14 วันแห่งความย่ำแย่ ไม่เป็นไปอย่างที่คิด มีเมนูสยองทุกวัน


สำหรับบุคคลที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ แน่นอนว่าช่วงนี้จะต้องกักตัวตามนโยบายเฝ้าระวังโควิด-19 ซึ่งทางรัฐก็จะมีข้อเสนอให้เลือกระหว่างกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดหาให้ หรือเลือกที่จะจ่ายเงินส่วนตัวไปกักตัวในที่อื่น

เรื่องราวจากคุณ Topp Dunyawit Phadungsaeng หนึ่งในชาวไทยที่เลือกกักตัวแบบ State Quarantine หรือสถานที่กักตัวที่รัฐจัดหาให้ โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องดีเลิศขนาดระดับโรงแรมหรู 5 ดาว ก็ไม่คาดคิดว่ามันจะย่ำแย่ได้ขนาดนี้

 

 

รีวิวการกักตัว 14วัน ดูให้ถึงรูปสุดท้าย กับโรงแรมที่ทาง State Quarantine จัดเตรียมให้ แต่แทบจะกลายเป็น 14 วันที่แย่ที่สุดในชีวิต วันสุดท้ายคือสยองมาก เล่าแบบที่เจอจริงๆ ไม่มีโลกสวย อย่าดูยูทูปเยอะ

ก่อนอื่นขอบอกว่าอย่าเรียกว่ากักตัวเลยแบบนี้ เรียกบังคับติดคุกยังจะดูดีกว่า ผมรู้สึก regret ที่ผมตัดสินใจที่ไม่จ่ายค่ากักตัวด้วยเงินของตัวเองตั้งแต่แรก

คือแบบคิดว่ามันคงโอเคแหละ เห็นคนพูดว่ามันดี ยังไงก็อยู่ได้ ไม่ได้คาดหวังว่าแบบมันจะเป็นโรงแรมห้าดาวเลิศหรู แต่คุณเคยผิดหวัง ทั้งๆที่ไม่ได้คาดหวังรึป่าว

 

*แคปชั่นดังต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ตรงจากเจ้าตัว*

เดินทางเข้าไทยด้วยสายการบิน Cathay Pacific เที่ยวบิน CX 653 ถึงประเทศไทยวันที่ 28 มกรา เวลา 14.05 บรรยากาศการตรวจคัดกรองคนเข้าเมือง

 

ได้ขึ้นรถหลังจากผ่านด่านตรวจคัดกรองด้วยรถบัส แบ่งไปกันรู้สึกจะโรงแรมละ 50 คน ที่กรุงเทพ 2 โรงแรม ที่ชลบุรี 2 โรงแรม แต่แอร์ไม่ทำงานนะ ร้อนมาก 55 มุ่งหน้าสู่สัตหีบ มุ่งหน้าสู่โรงแรมที่รัฐจัดเตรียมไว้

 

รับกุญแจ ต่อคิวกับขึ้นห้องพักกักตัวยาว 14 วัน โดยห้ามออกจากห้องเด็ดขาด นอกจากถึงวันที่ต้องตรวจโควิด ยอมรับว่าตอนได้ยินชื่อโรงแรมที่จะต้องอยู่ ค้นดูใน Google รู้สึกดีใจ และรู้สึกโชคดีมาก อย่างที่บอกคือไม่ได้คาดหวัง เลยอุ่นใจ กลุ่มของเรามาทั้งหมด 51 ชีวิต

 

เนี่ยมันเป็นแบบนี้ เลยแบบคิดในใจ ดีเลยนี่ขน ps4 กับ laptop มาด้วย คือ 14 วัน อย่างน้อยได้มีอะไรทำฆ่าเวลาอ่า เล่นเกม ดู Netflix ไรงี้

 

อันนี้ไม่ใช่ห้องที่ผมอยู่ ห้องนี้จากคนในกลุ่มที่เดินทางมาด้วยกัน ถึงจะไม่ตรงปก แต่ทรงโอเคอยู่ได้ไม่มีปัญหา ไม่ใช่ห้องที่ผมได้เข้าพัก ย้ำ ว่าไม่ใช่ 55 ห้องผมไม่ใช่แบบนี้ anyway เดินทางมาจากต้นทางรวมแล้วเกือบ 25 ชั่วโมง อาบน้ำพักผ่อนก่อน ง่วง หิว

 

อ่าว หวัดดีห้องน้ำ 555 First impression อยู่ Comment ใต้รูป

 

ประทับใจสุด มีเศษอุนจิโกะรออยู่ในโถ

 

น้ำอุ่นจะมีใช้แค่บางห้อง ส่วนใหญ่เป็นนำ้เย็นหมดเลย ส่วนตัวผมอันนี้ยอมรับว่าโชคดี เพราะห้องที่ไม่มัน้ำอุ่น น้ำเย็นมากๆ แต่นี่เครื่องระบายอากาศไม่ทำงาน อาบเสร็จให้บรรยากาศเหมือนหนังสยองขวัญนิดๆ (ใครที่รู้ประวัติโรงแรมก่อนเข้าพัก รับรองว่าไม่นิด)

 

โอเคอาบน้ำเสร็จ เวลาหกโมงเย็นมีอาหารมื้อแรกมาส่ง เป็นประมาณผัดปลาอะไรสักอย่าง มีกลิ่นคาวปลา แต่ด้วยความที่หิวมาก เลยกินหมดเลย หิวมาก

 

สักพักเจอรหัสไวไฟ กับกฎของโรงแรมอะไรต่างๆ

 

ไวไฟทิพย์ สัญญาณไม่ถึง ? โอเค ตัด Netflix ในคอมไป ยังมี PS4อยู่

 

ผ่าางงงงง อย่าว่าแต่ PS4 เลย เกมส์ตลับให้รอดก่อน? โอเค เล่นเกมส์ในห้อง 14 วันที่วาดฝัน สลายลงไป อย่างกับอกหัก โอเค พักโหมดความฮา เอาที่มีปัญหาจริงๆละ

 

คือห้องพักสกปรกมากกกก มันไม่เหมือนห้องที่สำหรับที่ยะอยู่ 14 วันเลย มันเหมือนห้องที่แบบขับรถทางไกลแล้วมาจอดนอนพักมากกว่า ห้องเหม็นอับมากๆ (เปลี่ยนห้องสามครั้ง)

 

กลิ่นอับแบบผ้าที่ตากยังไม่แห้งแล้วเก็บเข้าบ้าน เกิดมาพึ่งเข้าใจคำว่าเหม็นติดจมูก ได้สั่งน้ำเกลือจากเซเว่นมาล้างจมูกแล้วเปลี่ยนห้องประมาณสามวันกลิ่นถึงจะหายจากจมูก เหม็นมากก

 

แล้วแบบยุงและแมลงสาบเยอะมากก ผู้พักอยากได้อะไร อยากทำอะไรต้องซื้อเองนะ ไม้กวาด ที่ตัก ยาฆ่าแมลง

 

ตัวบักเอ็บ แมลงสาบมีเกือบทุกห้อง แล้วแต่จะเจอใหญ่เล็ก

 

ผู้เข้ากักตัวซื้อเอง ฆ่าเอง ? รมกันไป ผู้เข้าพักกับแมลงสาบใครจะไปก่อนกัน

 

ผ้าคลุมเตียงสุดหอมมม ถ้าดื่มเผลอทำน้ำหยด ดอกเห็ดต้องมาแล้วหล่ะ

 

นี่บรรยากาศห้องข้างๆชวนให้คิดถึงน้ำค้างหยดสุดธรรมชาติได้ที่นี่ ที่ที่รัฐบอกว่าผ่านมาตรฐานที่จะเป็นที่กักตัว แต่ทุกอย่างขึ้นต้นกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย ถ้าเทียบกับสิ่งที่เราและในกรุ๊ปเจอ

 

อาหารแต่ละมื้อที่ทางโรงแรมจัดมาคือมีปัญหาทุกวัน เมนูที่ทำจากปลา คือเหม็นมาก เหม็นคาว บางวันมีปลาสองมื้อ คือหลายคนเอาทิ้ง ต้องกินมาม่าแทน

ปลาเยอะจริงๆ มีเกล็ดปลาด้วย ไม่ว่าจะต้มยำปลาหรือผัด คือกินเข้าไปนี่เคี้ยวไปคลายเกล็ดไป แม่งโคตรสกปรก ไม่สุกแล้วเสือกเหม็น นี่มานั่งเขียนหลังจากออกกักมาแล้วยังจะอ้วก คิดย้อนกลับไป

 

ปลา คือปลาเยอะมาก เก่าด้วย

 

นี่ก็ปลา หลายคนคอมเพลนลงไป แต่เจตจำนงของเชฟคือแน่วแน่มาก คือปลา

 

ดูปลา จะอ้วก ดูหนัง อันนี้เหม็นมาก ถ้ามองไม่เห็นเกล็ดดูอันถัดไป

 

เกล็ดมาเป็นแผ่นเลย ยอมรับอาหารบางมื้อดี ถ้าเขี่ยแล้วไม่เจออะไรแปลกปลอม แต่เชฟระดับโรงแรมสี่ห้าดาว เรื่องกลิ่นไม่ต้องพูดถึง ถ้าถ่ายรูปทุกมื้อที่อาหารมาส่ง รับรอง 14วัน เมนูปลามาประมาณ 16 มื้อ คือมีทุกวัน

 

มีปัญหาหนักมากกกกก เรื่องอาหารมากกว่าเรื่องความเป็นอยู่ข้างต้นเยอะ หลายคนกินมาม่า ทางเจ้าหน้าที่ ทางโรงแรมก็ยืนยันนี่เป็นนโยบายของทางโรงแรม เป็นนโยบายของผู้บริหาร เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้ ถ้าเมนูที่โรงแรมจัดหามาให้ไม่ถูกปาก ให้สั่งจาก Room Service มีเมนูให้ทุกห้อง

 

น้ำสำหรับ 14 วัน มีให้แค่ 2 ขวด นอกจากนั้นต้องสั่งซื้อเองจากแม่บ้านขวดละ 30 บาท มันเหมือนจะเป็นอะไรที่เยอะหรือต้องการเยอะ แต่ทุกโรงแรมได้งบเท่ากันนะครับ ข้อมูลส่วนนี้มาจากสาธารณสุข ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้บริหารเงินจำนวนนั้นๆ

 

แต่อีกโรงแรมมีน้ำให้ทุกห้องแบบนี้ สำหรับดำรงชีวิต 14 วัน ซึ่งน้ำสรุปแล้วได้เพิ่มอีก (แต่เขาว่าเจ้าหน้าที่ลงขันกันเพื่อจะซื้อน้ำ อันนี้ไม่รู้จริงแท้แค่ไหน เพราะคนคงโทรลงไปคอมเพลนเยอะ)

 

กลับมาที่ Room Service ราคาอาหารเวอร์วังอลังการมาก นี่ถ้าสมมุติว่ากินทั้งอาหารที่โรงแรมจัดมาให้ไม่ได้ ไม่มีมาม่า ไม่มีเงินจะทำยังไง เมนูจะอยู่ใต้รูปนี้นะครับ ราคานี้ยังต้องบวก Service Charge กับ VAT เข้าไปอีก โอเค ไม่เป็นไรครับสั่งได้ (แต่อาหารที่โรงแรมจัดกับ Room Service ที่สั่งคือมาจากที่เดียวกันนะ เชฟคนเดียวกัน)

 

มีคนนึงสั่งส้มตำ รสชาติคือแปลกและเหี้ยมาก ตามที่เขาบอก มีของถามมาคือก้อนสารส้ม ก้อนบักเอ็บมาในอาหาร เห้ยยย นี่ระดับโรงแรมนะเว้ย ราคาส้มตำชุดนี้ 129.47 บาท อ่านไม่ผิดหรอก ส้มตำเฉยๆ

 

สั่งกาแฟเอสเปรสโซ่ ราคา 65 บาท(ถ้าจำไม่ผิด) มาแต่แก้วกระดาษกับผงกาแฟสำเร็จรูป ให้ต้มน้ำใส่เอง โคตรคูล 55555 ขณะที่อีกโรงแรมที่กักตัว ในส่วนของกาแฟนี่ฟรี

 

หน้าตาอาหารของอีกโรงแรมที่ชลบุรีที่ป้าของผมกักตัวอยู่ ทั้งสั่งข้างนอกได้ ทั้งที่โรงแรมจัดให้

 

แตกต่างราวกับอยู่คนละประเทศ (ภาพจากผู้เข้ากักตัวที่ รร Palm Beach)

 

น่ากินสุดๆ

 

หันมาดูของตัวเองน้ำตาจะไหล ทั้งเก่าทั้งเค็ม

 

บอกตรงๆ ลิ้นจระเข้มาก แต่อันนี้ขอบาย เค็มชิบหาย ไม่ทิ้งก็คืน

 

อันนี้สั่งมากินเองครับ ชุดน้ำพริกกะปิ ปลาทู ราคา 235.40 บาท แต่อีกโรงแรมนึง ราคาแค่ 120 บาท ขายกะเอารวยเลยจริงๆ

 

หลังจากคอมเพลนกันไปเยอะว่าอาหารไม่สด นี่ไม่รู้ประชดป่าว สดจนหนอนมาด้วยเลย ไม่แน่ใจว่าใช้มือหรือใช้ตีนล้างผัก บางทีผักมันอาจจะ organic อาจจะเป็นอะไรที่เข้าใจได้ ผิดพลาด

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ดูอย่างผม ผมกินตั้งแต่ก่อนมีคนบอกว่าเจอหนอน หลังจากนั้นคือผมเขี่ยดูทุกมื้อ ทุกคำที่จะเอาเข้าปาก เริ่มจากตรงนี้เรื่อยมา ทำให้ผมเจอในสิ่งที่ผมกลัวมาทั้งชีวิต

 

หลังจากเจอสิ่งแปลกปลอม ผมโทรหาสาธารณสุขช่วยกัน ผมยอมรับเลยตรงๆว่าผมใช้คำว่าพี่ช่วยชีวิตผมหน่อย ช่วยจากตรงนี่หน่อย พร้อมชื่อและเบอร์ห้องเจ้าหน้าที่มาภายในสองชั่วโมง จัดการประชุมขึ้นเกี่ยวกับอาหารและความเป็นอยู่ โดยเชฟรับปากว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ความสะอาดตรงนี้ช่วยไม่ได้ (แต่เปลี่ยนห้องเรื่อยๆได้นะ ถ้าขยันขนของ)

 

อาหารดูดีขึ้น จากกับข้าวอย่างเดียวมาเป็นสองอย่างบ้างแต่ละมื้อ

 

แต่ส่วนตัวผมเชื่อเเล้วครับว่ามันคือผัดกะเพราหมู ไม่ต้องแถมขนมายืนยันก็ได้

 

หลังจากที่บอกว่าตั้งแต่มีคนเจอหนอน ผมเขี่ยทุกวัน วันนี้เสริฟข้าวกับแกงมัสมั่นเจอแมลง

 

เชฟบอกมันก็แค่มอดที่มากับข้าว มันไม่อันตรายต่อร่างกาย คือไม่ได้อยากรู้ว่ามันอันตรายหรือป่าว อยากรู้ว่ามันมาอยู่ในแกงได้ยังไง

 

อาหารเช้าของผมที่มากับซองเกลือปริศนา ทีแรกนึกว่าแบบอาจจะ Accident ใส่ซองเกลือที่แตกลงมาจากการบรรจุหีบห่อ

 

สรุปคือมีอีกซอง ชัดเจนเลยว่าซองที่อยู่ในไส้กรอกคือใช้แล้ว ดูเหมือนไม่สกปรก แต่แบบผ่านมือใครมาอ่า มาอยู่ในอาหารได้ยังไง ?

 

วันนี้ 11 กุมภา คือวันสุดท้ายที่ผมจะอยู่ที่โรงแรมนี้ อย่างที่บอกผมเขี่ยทุกวันตั้งแต่เจอหนอน มื้อเที่ยงอาหารมาเป็นผัดมะกะโรนี รสชาติอร่อยครับ จนตาผมไปเห็นอะไรบางอย่าง

 

หยิบขึ้นมา แดกไปแล้ว ภาวนาให้เป็นอะไรก็ได้ เศษไข่ เศษต้มหอมซอย หรือเครื่องเทศอะไรก็ได้ และพอบอกชัดๆ คือฝันร้ายมาก นั่นเล็บกูเอง ไม่ต้องสงสัย กูกัดเล็บแดกแทนข้าวมาหลายวัน

 

ขาแมลงสาบเนื้อติดผัดมาเข้าซอสกลมกล่อมเลย อ้วกพุ่งสิมึง น้ำตาไหล น้ำลายไหล ตัวสั่นไปหมด เป็นชั่วโมง ร้องไห้ อ้วก วนๆไป มือสั่นไปหมด กินอะไรไม่ลง ขยะแขยง จะอ้วกไปหมด

 

ร้องไห้ บอกเลยย ร้องจริง เป็นผู้ชายก็ร้อง

 

ว่าจะปล่อยผ่านไป แต่ปล่อยไม่ได้จริงๆ ขาแมลงสาบพร้อมเนื้อสุดนัว

 

เชฟโทรมาขอโทษครับ หลังจากผ่านไป 5 ชั่วโมง น้อมรับคำขอโทษครับ

 

แต่ระดับคนที่เรียกแทนตัวเองว่าเชฟปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ยังไง ถ้าลูกค้าติดเชื่อในกระแสเลือด มีปัญหากับระบบทางเดินอาหารยังทำยังไง แล้วนี่คือโรงแรมที่ผ่านการรับรองให้เป็น State Quarantine จริงๆหรอ ? รู้สึกผิดหวัง และรู้สึกขอบคุณประสบการณ์สำหรับ 14 วันนี้มาก

 

 

ผมจะไม่ขอ support ธุรกิจอะไรที่เกี่ยวกับเครือ Ambassador อีกต่อไปในชีวิตทั้งครอบครัว จะกลับเข้าไทยคิดดีๆ ว่าเงินที่เสียค่ากักตัว กับ สุขภาพอันไหนสำคัญกว่ากัน regret ที่ไม่ได้จ่ายค่ากักตัวเองที่สุด เป็นครั้งนึงในชีวิตที่ตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่

 

ในส่วนของการชี้แจงจากทางโรงแรมก็มีดังต่อไปนี้

 

ที่มา: @dunyawit

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments