พบหลักฐานการ “ดัดแปลงรูปร่างกะโหลก” อายุร่วม 12,000 ปี ในสุสานที่ประเทศจีน


144 shares

ณ สุสานจากยุคหิน ในแหล่งโบราณคดี “Houtaomuga” มณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์จำนวน 25 ร่างที่มีความเก่าแก่ต่างๆ กันไปตั้งแต่ 5,000-12,000 ปี

ในบรรดาโครงกระดูกเหล่านั้น พวกเขาพบว่ามีกะโหลกอยู่ 11 ชิ้นที่รูปร่างที่แปลกตาไปจากปกติ โดยกะโหลกเหล่านี้มีส่วนหน้าผากที่แบนราบไปข้างหลังในขณะที่ส่วนท้ายทอยของกะโหลกมีความยาวมากกว่าคนปกติ

 

 

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่หัวกะโหลกของเอเลี่ยนที่ปะปนมากับมนุษย์แต่อย่างไร กลับกันมันคือหลักฐานอย่างดีของพิธีกรรมการดัดแปลงลักษณะร่างกายของคนเอเชียในอดีตต่างหาก

อ้างอิงจากข้อมูลของทีมนักวิจัย กะโหลกที่มีร่องรอยของการถูกดัดแปลง ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในช่วงปี 2011-2015 (แต่ในเวลานั้นยังไม่ถูกนำมาตรวจสอบ) และประกอบไปด้วยกะโหลกของผู้ชาย 4 ร่าง ผู้หญิง 2 ร่าง และเด็กอีก 6 ร่าง

โดยโครงกระดูกที่มีอายุน้อยที่สุดนั้นเสียชีวิตตั้งแต่อายุได้เพียง 3 ปี และโครงกระดูกที่มีอายุมากที่สุดเสียชีวิตเมื่ออายุได้ราวๆ 40 ปี

 

ภาพเปรียบเทียบกะโหลกที่ถูกดัดแปลงกับกะโหลกธรรมดา

 

การดัดแปลงกะโหลกนั้นมักจะเริ่มทำกันตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งกะโหลกของมนุษย์ยังนิ่ม ด้วยการพันผ้าหรือใช้ไม้กระดานทาบ

และแม้ว่าจะดูไม่ค่อยปลอดภัยก็ตาม แต่จากการตรวจสอบของนักวิจัยหลายๆ ฝ่ายแล้ว หากมีขั้นตอนการทำที่ถูกต้องการดัดแปลงกะโหลกเช่นนี้ก็ดูจะไม่มีผลกระทบกับระบบความรู้ความเข้าใจของสมองแต่อย่างไรเลยด้วย

 

ภาพเปรียบเทียบกะโหลกของเด็กอายุ 8 ขวบ

 

ในปัจจุบันทีมนักวิจัยยังไม่ทราบว่าสำหรับคนจีนในอดีตนั้น ทำการดัดแปลงกะโหลกด้วยเหตุผลอะไร

แต่หากเราอ้างอิงข้อมูลจากวัฒนธรรมอื่นๆ ที่มีประเพณีคล้ายๆ กัน มันก็เป็นไปได้ว่าการกระทำเหล่านี้จะมาจากความเชื่อว่าการที่ศีรษะยาวเป็นเรื่องสวยงาม หรือไม่ก็เป็นการทำเครื่องหมายว่าคนคนนั้นเป็นคนมีฐานะเฉพาะในสังคม (อ้างอิงจากการที่โครงกระดูกอื่นๆ ไม่ถูกดัดแปลง)

 

ชนพื้นเมืองอเมริกันโบราณอย่างชาวอินคา และชาวมายา อีกหนึ่งในกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมการดัดแปลงกะโหลกศีรษะ

 

นี่นับว่าเป็นหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดหนึ่งใน ของพิธีกรรมในรูปแบบนี้ ที่เหล่านักโบราณคดีเคยพบมาเลยก็ว่าได้ (หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดเชื่อกันว่าอยู่ที่อิรักและมีอายุถึง 45,000 ปี อย่างไรก็ตามตัวหลักฐานเองยังมีข้อกังขาอยู่ค่อนข้างมาก)

ดังนั้นเพื่อที่จะเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการดัดแปลงกะโหลกของคนสมัยก่อนให้มากขึ้น ในปัจจุบันทีมนักวิจัยจึงได้ว่าแผนที่จะนำข้อมูลของงานวิจัยในครั้งนี้ ไปเปรียบเทียบกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ในยุคใกล้เคียงกันต่อไป

 

ที่มา sciencealert, dailymail, sciencenews และ smithsonianmag

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

144 shares
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions