สำหรับสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันการที่ร่างกายจะมี “ส่วนหัว” และ “ส่วนท้าย” นั้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็มีความสำคัญมาก เพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้เราทราบว่าทางไหนก็ข้างหน้าข้างหลังแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เรามองดูอยู่นั้นเป็นศีรษะหรือว่าบั้นท้ายกันแน่ด้วย

แต่หากเราลองย้อนกลับไปในอดีตไกลแสนไกล ในหมู่สิ่งมีชีวิตรุ่นแรกๆ หลายชนิด พวกมันกลับไม่ได้มีลักษณะทางร่างกายในจุดนี้อย่างน่าแปลก และก็เพิ่งเป็นเมื่อล่าสุดนี้เองเท่านั้นด้วย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นพบ สิ่งมีชีวิตที่มีส่วนหัวส่วนท้ายแบบชัดเจน และมีความเก่าแก่ที่สุดในโลก

 

 

พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายหนอนมีชื่อว่า “Ikaria wariootia” โดยมันเป็นสิ่งมีชีวิตอายุที่มีกว่า 555 ล้านปี และไม่เพียงแต่จะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์แบบ “ลาทีเรีย” (สัตว์ที่มีด้านหน้าด้านหลัง) ที่เก่าแก่เท่านั้น แต่ยังได้ชื่อว่าอาจเป็นบรรพบุรุษของสัตว์ยุคใหม่ทั้งหมดเลยด้วย

อ้างอิงจากรายงานที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบร่องรอยของ Ikaria wariootia ในชั้นหินจากยุคอีดีแอคารัน (เมื่อราวๆ 635-541 ล้านปีก่อน) ในพื้นที่ทางใต้ของออสเตรเลียอีกที

 

 

พวกเขาพบมันในสภาพของรอยนูนของหิน ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่ตัวหนอนโดยตรงแต่ก็เป็นร่องรอยที่มากพอที่จะทำให้เราใช้ระบบเลเซอร์สแกนสามมิติ ในการสร้างรูปร่างโดยรวมของมันได้

โดยเจ้า Ikaria wariootia ถูกระบุไว้ว่ามีความยาวอยู่ที่ประมาณ 1.9-6.7 มิลลิเมตร โดยมันมีจุดเด่นอยู่ที่การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงพอที่จะมุดลงใต้ดินได้ ในรูปแบบการเคลื่อนไหวเดียวกับไส้เดือนในปัจจุบัน และแน่นอนว่ามันมีร่างกายช่วงบนใหญ่กว่าช่วงล่างเล็กน้อย อันเป็นลักษณะสำคัญของการมีตัวท้ายอีกที

 

 

“ที่คือฟอสซิลที่เก่าแก่ที่สุดที่เราพบซึ่งมีความซับซ้อนประเภทนี้” คุณ Mary Droser นักเขียนหลักของงานวิจัยกล่าว นั่นเพราะแม้ว่าการวิวัฒนาการในรูปแบบนี้จะเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์คาดไว้อยู่แล้ว แต่นี่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งมีชีวิตที่มาอุดช่องว่างของการวิวัฒนาการดังกล่าวจริงๆ

“นี่คือสิ่งที่นักชีววิทยาวิวัฒนาการเคยทำนายไว้” คุณ Mary เสริม “แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจริงๆ ที่เราได้ค้นพบหลักฐานที่ตรงกับที่การคาดการของพวกเขาแบบสุดๆ เช่นนี้”

 

ที่มา iflscience, theguardian และ pnas

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์