แรงงานชาวอินเดียหลายพันคน ตัดสินใจ ‘กลับบ้าน’ ในช่วงที่รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ไม่ให้ออกจากบ้านไปไหนมาไหนเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
เหตุการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นในเมืองนิว เดลี ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่มีแรงงานที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก เมื่อรัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ธุรกิจหลายอย่างต้องปิดตัว
รวมไปถึงการขนส่งระหว่างเมือง ทั้งรถประจำทางและรถไฟ ก็ต้องปิดตัวไปด้วย เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนเดินทางออกจากพื้นที่
เมื่อธุรกิจต้องปิดตัวลง มีแรงงานหลายคนต้องตกงาน ซึ่งในหลายคนนั้นใช้ชีวิตทั้งกินและอยู่ในที่ทำงานของตัวเอง จึงเกิดสถานการณ์แบบในบ้านเรา นั่นก็คือแรงงานตัดสินใจที่จะเดินทางกลับบ้านภูมิลำเนาเดิมของตัวเองในช่วงล็อกดาวน์
แต่ทว่าเนื่องจากขนส่งสาธารณะต่างๆ ก็ถูกปิดไปแล้ว พวกเขาจะทำอย่างไรล่ะ? คำตอบก็คือ ‘เดิน’ ครับ
ประชาชนในกรุงเดลีจำนวนหลายพันราย ประกอบไปด้วยครอบครัวหลายครอบครัว และแรงงาน เก็บข้าวของทั้งผ้าห่ม หม้อ กะทะ แบกแล้วเดินกลับบ้าน บางคนวางแผนที่จะเดินเป็นระยะทางกลายร้อยกิโลเมตรเพื่อกลับบ้านที่อยู่ต่างเมือง
เมื่อพวกเขาเดินทางไปถึงเขตชายแดนของเมืองก็ต้องเจอกับตำรวจ ที่ใช้ไม้ตีหลัง แต่พวกเขาก็ต้องยอมโดนแบบนั้นเพราะต่อให้อยู่ไป ก็ไม่มีอะไรให้กินอยู่ดี
THIS- Scenes from Anand Vihar bus station. Disheartening.
Video courtesy: @furquansid #CoronaLockdown #MigrantsOnTheRoad #SocialDistancing
— Zeba Warsi (@Zebaism) March 28, 2020
“คุณอาจจะกลัวโรคระบาด กลัวที่จะออกมานอกบ้าน มาใช้ชีวิตบนถนน แต่ผมกลัวหิวตายมากกว่าโคโรนาซะอีก” นาย Papu วัย 32 ปี หนึ่งในแรงงานที่อพยพออกมาจากกรุงเดลี และพยายามที่จะกลับบ้านในเมือง Saharanpur ที่อยู่ห่างออกไปราว 200 กิโลเมตร
Advertisement
0 Comments