อิหร่านประกาศ “โทษประหาร” หากพบบุคคลใดกักตุนเวชภัณฑ์ในช่วงไวรัส COVID-19 ระบาด


ในขณะที่หลายประเทศขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่จำเป็นในการใช้ป้องกันไวรัส COVID-19 อยู่นั้น ทางการพยายามออกมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้กันอย่างหนัก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดที่รุนแรงมากขึ้น

 

 

เช่นเดียวกันกับในประเทศอิหร่าน ปัจจุบันเริ่มขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ในโรงพยาบาล สวนทางกับตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่เพิ่มมากขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปสถานการณ์ภายในประเทศจะยิ่งแย่ลง

 

Mohammad Jafar Montazeri

 

จากเหตุดังกล่าว Mohammad Jafar Montazeri ข้าราชการตุลาการสูงสุดของอิหร่าน ได้ประกาศเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2020 ระบุว่า หากพบว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดพยายามขัดขวางการจัดหายารักษาโรคที่จำเป็น และเวชภัณฑ์อื่นๆ ถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของการทุจริต และมีบทลงโทษขั้นสูงสุดคือประหารชีวิต

 

 

โดยกำหนดว่าการกระทำใดๆ ที่เป็นการบ่อนทำลายทำลายกลไกทางสาธารณสุข จะเป็นการละเมิดทางร่างกายอย่างสมบูรณ์ของบุคคลที่อาศัยอยู่ในสังคม

ซึ่งภายหลังจากประกาศออกไปแล้ว หน่วยงานด้านตุลาการได้เร่งทำการติดตามทุกคดีที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะการกักตุนเวชภัณฑ์ทันที รวมถึงพฤติกรรมต้องห้ามอื่นๆ ที่ตรวจจับได้โดยกระทรวงสาธารณสุขอิหร่าน

ในส่วนของ Ayatollah Ebrahim Raisi รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุขอิหร่านระบุว่า อัยการหรือศาลทั่วประเทศไม่ควรมีความเมตตาต่อผู้กักตุนเวชภัณฑ์และยารักษาภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

 

 

ช่วงที่เริ่มมีการแพร่ระบาดทางกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม พบโกดังเก็บเวชภัณฑ์ทั้งหน้ากากอนามัย ถุงมือ และอุปกรณ์อื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 62 ล้านบาทถูกเก็บกักตุนเอาไว้ในกรุงเตหะราน

ทางด้าน Saeed Namaki รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาชี้แจงว่าทางกระทรวงสั่งหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้น แต่กลับได้รับของเพียง 1 ล้านชิ้นเท่านั้น ที่เหลือถูกนำไปปล่อยขายในตลาดมืด

ทำให้ทางการจำเป็นจะต้องซื้อจากตลาดมืดในราคาที่สูงกว่าปกติ และส่งผลต่อความศรัทธาในคณะรัฐมนตรีอิหร่านให้เสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ

 

ที่มา: presstv, al-monitor, alarabiya

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments