“เขามีความต้องการหลายสิ่ง จากการก่อการร้าย และหนึ่งในนั้นคือ ‘ชื่อเสียง’ ในด้านลบ และนั่นเป็นเหตุผลว่า คุณจะไม่มีทางที่จะได้ยินดิฉันเอ่ยชื่อของพวกเขา”

นี่คือสิ่งที่ Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีแห่งนิวซีแลนด์กล่าวในรัฐสภา หลังจากเกิดเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ในนิวซีแลนด์เมื่อปี 2019

 

 

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2019 ที่ผ่านมา ประเทศนิวซีแลนด์ต้องประสบกับเหตุโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ หลังจากที่มีผู้ก่อการร้าย อ้างตัวเองว่าเป็นตัวแทนของโบสถ์คริสต์ ใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปยิงผู้บริสุทธิ์ในมัสยิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

เหตุการณ์ในครั้งนั้นโด่งดังไปทั่วโลก ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจและจับตามอง จากเหตุที่เกิดขึ้นท่านนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์แสดงให้เห็นถึงการรับมือกับเหตุที่เกิดขึ้น ‘อย่างมืออาชีพ’ จนได้รับการยกย่องจากทั่วโลก

ทั้งการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนญาติผู้เสียชีวิต สวมกอดพวกเขา เพื่อให้กำลังใจ รวมไปถึงคำพูดต่างๆ ที่กล่าวถึงการก่อการร้าย จนทำให้ชาวโลกต่างก็ยอมรับ

 

 

เราลองย้อนกลับไปชมคลิปวิดีโอขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวในรัฐสภา ถึงเหตุก่อการร้ายดูกันสักหน่อยครับ ว่าเธอพูดอะไรบ้างถึงทำให้ชาวโลกต่างก็ยกย่องเธอ

เธอกล่าวเปิดสุนทรพจน์ด้วยคำว่า “อิสลาม อัลเลกุม” ซึ่งเป็นคำทักทายภาษาอารบิก ที่ชาวมุสลิมใช้ทักทายกัน แปลเป็นไทยได้ว่า ‘ขอให้ความสันติสุขจงมีแต่ท่าน’

 

 

“ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้มีชายคนหนึ่ง กำลังกลายเป็นจุดสนใจจากเหตุกราดยิงในครั้งนี้ เขาเป็นชายวัย 28 ปีชาวออสเตรเลีย ถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตาย และคดีอื่นๆ กำลังจะตามมา”

“เขาจะถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายของนิวซีแลนด์อย่างเต็มที่ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับความยุติธรรม”

“เขามีความต้องการหลายสิ่ง จากการก่อการร้าย และหนึ่งในนั้นคือ ‘ชื่อเสียง’ ในด้านลบ และนั่นเป็นเหตุผลว่า คุณจะไม่มีทางที่จะได้ยินดิฉันเอ่ยชื่อของพวกเขา”

“เขาเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นอาชญากร เป็นพวกสุดโต่ง และเมื่อฉันจะกล่าวถึงเขา เขาจะเป็นเพียง ‘บุคคลที่ไร้ชื่อ'”

“ดิฉันอยากจะขอวิงวอน ให้ทุกท่านกล่าวถึงชื่อบุคคลที่สูญเสียให้มากกว่าชื่อของคนที่พรากชีวิตของพวกเขาไป”

“เขาอาจจะต้องการชื่อเสียงในด้านลบ แต่เราชาวนิวซีแลนด์ จะไม่ยอมให้สิ่งที่เขาต้องการ แม้แต่ ‘ชื่อ’ ของเขาก็จะไม่ได้รับการกล่าวถึง”

 

ลองไปชมคลิปวิดีโอการกล่าวสุนทรพจน์ของท่านนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์แบบเต็มๆ ที่ข้างล่างนี้ได้เลยครับ

 

ที่มา : Newsweek, bbc

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์