ปธน. บราซิล: “โควิด ไข้หวัดกระจอก” วัคซีนอาจทำให้เรากลายเป็น “จระเข้” เขาจะไม่ฉีดมันแน่ๆ


กลายเป็นอีกข่าวที่อาจจะทำให้หลายๆ คนต้องหลุดอุทานว่า “นี่มันเรื่องอะไรกัน??” เข้าให้แล้ว

เมื่อในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมาประธานาธิบดีของบราซิล นาย Jair Bolsonaro ได้ออกมาแสดงความเห็นสุดแปลกประหลาดเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ว่า

วัคซีนดังกล่าวอาจมีผลข้างเคียงทำให้คนกลายเป็นจระเข้ ผู้หญิงมีเครางอกออกมา และผู้ชายมีเสียงเปลี่ยนไปจนคล้ายผู้หญิงได้

 

ประธานาธิบดีบราซิล นาย Jair Bolsonaro

 

โดยการออกมาแสดงความเห็นแบบสุดโต่งในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ในวันพุธที่ 16 ธันวาคม ประเทศบราซิลมีการนำเข้าและแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิดอย่าง Pfizer และ BioNTech

เมื่อนาย Jair Bolsonaro ซึ่งเป็นนักการเมืองขวาจัด ได้ออกมาวิจารณ์วัคซีนป้องกันโรคโควิดว่าอาจจะมีผลข้างเคียงได้ ดังนั้นแม้ว่าเขาจะไม่ห้ามหากประชาชนต้องการจะรับวัคซีน

แต่ทางบริษัทวัคซีนจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากวัคซีนดังกล่าวมีผลข้างเคียง และตัวเขาเองก็จะไม่เข้ารับวัคซีนดังกล่าวด้วย

 

 

“ในสัญญาของวัคซีน Pfizer มันระบุไว้ชัดเจนมากว่า ‘เราจะไม่รับผิดชอบต่อภาวะข้างเคียงใดๆ’ ถ้าหากคุณกลายเป็นจระเข้ มันก็เป็นปัญหาของคุณเอง”

“ถ้าคุณกลายเป็นยอดมนุษย์ ถ้าผู้หญิงเริ่มมีหนวดเครา หรือผู้ชายเริ่มพูดด้วยเสียงแบบผู้หญิง พวกเขา (Pfizer) ก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรด้วยทั้งนั้น”

 

 

แน่นอนว่าการที่ผู้นำของประเทศออกมาประกาศว่าเขาจะไม่ฉีดวัคซีนเองเช่นนี้อาจจะถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเท่าไหร่ แต่นาย Bolsonaro ก็ระบุไว้ด้วยว่าเขานั้นเคยติดไวรัสมาแล้วและมีแอนติบอดี ดังนั้นการฉีดวัคซีนอีกจึงไม่จำเป็น

“บอกไว้เลย ผมจะไม่รับวัคซีนใดๆ แน่ๆ มันเป็นสิทธิ์ของผม และผมก็มั่นใจว่าสภาคองเกรสจะไม่สร้างปัญหาให้กับใครก็ตามที่ไม่ต้องการรับวัคซีน”

สำหรับคำกล่าวในจุดนี้ศาลฎีกาของบราซิลก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่า การรับวัคซีนนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติตามหลักกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามชาวบราซิลจะไม่ถูกบังคับให้เข้าฉีดวัคซีนเป็นแน่

 

 

ทั้งนี้เองแม้ว่านาย Bolsonaro จะออกมาระบุอยู่บ่อยครั้งว่าโรคโควิด-19 นั้นเป็นเพียงแค่ “ไข้หวัดกระจอก” และบราซิลก็อยู่ในช่วงใกล้สิ้นสุดการระบาดแล้ว

แต่หากมองกันในทางสถิติ ในปัจจุบันบราซิลก็มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้วมากกว่า 185,000 ราย ซึ่งทำให้พวกเขานับเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาเลย

 

ที่มา ladbible, businessinsider และ news18

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Choose A Format
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
Image
Photo or GIF
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Poll
Voting to make decisions or determine opinions