โชคชะตาชีวิตของคนเราจะนำพาไปเจออะไรบ้างไม่มีใครคาดเดาได้ หากเพียงแต่เรามีเป้าหมายและตั้งใจเพื่อไปถึงจุดนั้น จะกลายเป็นหนึ่งบทของชีวิตอันน่าทึ่งได้เลยทีเดียว

ตัวอย่างจากนาย Joshua Carroll ทหารผ่านศึกผู้ไม่รู้เส้นทางชีวิตของตัวเอง หลังจากที่ปลดประจำการแล้วทิศทางชีวิตของเขาเหมือนไม่มีที่ไปเลย

 

Joshua Carroll

 

ย้อนไปในช่วงเหตุการณ์ 9/11 ขณะที่เขายังเรียนอยู่ไฮสคูล จังหวะนั้นเขาคิดเพียงแค่ว่าอยากจะไปรับใช้ชาติ หยุดแผนการเรียนต่อเอาไว้ และลงสมัครทหารในทันที

หลังจากที่ไปประจำการที่อิรักถึง 3 หน เมื่อได้กลับมาบ้านที่รัฐเวอร์จิเนีย เขากลับรู้สึกกลายเป็นอีกคนไปแล้ว ประสบปัญหากับอาการ PTSD กลายเป็นร่างกายที่ไร้วิญญาณ ไร้เป้าหมายในชีวิต

 

 

โชคดีมากที่ Joshua พบตำแหน่งภารโรงว่างในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เขาจึงสมัครเข้าทำงานเป็นภารโรง และมีโอกาสได้แวะเวียนเข้าไปในห้องสมุด แหล่งความรู้แหล่งแรกที่ทำให้เขาเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง

 

 

จุดเริ่มแรกของเขามาจากหนังสือ A Brief History of Time ของ Stephen Hawking เพราะหลังจากที่ได้อ่านไปสักพัก มันจุดประกายความใคร่รู้และความกระหายของเขาขึ้นมา

“มันทำให้ผมได้รู้ว่า ผมอยากศึกษาด้านดาราศาสตร์ ผมอยากเป็นนักฟิสิกส์”

 

 

ปัญหามันติดอยู่ที่ทักษะด้านคณิตศาสตร์ของเขานั้นมีเพียงแค่ตรีโกณมิติระดับเกรด 10 ซึ่งมันก็ไม่สามารถหยุดเขาเอาไว้ได้ แทนที่จะท้อใจเขากลับตั้งใจนั่งเรียนแคลคูลัสผ่านวิดีโอคลิปในยูทูป

เมื่อเข้าใจแคลคูลัสอย่างแจ่มแจ้งแล้ว เขาก็พยายามสอบเข้าเรียนสาขาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัย Radford University แต่ทว่าทักษะด้านตรีโกณมิติไม่ผ่านเกณฑ์

 

 

ประกอบกับใกล้ถึงช่วงเปิดเทอมแล้ว เขาจึงให้สัญญากับฝ่ายบริหารว่าเขาจะเรียนเพิ่มทักษะให้ทันก่อนเปิดเทอม จนกระทั่งเขาสามารถสอบเข้าได้สำเร็จ ทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีรับเข้าเรียนให้เป็นกรณีพิเศษด้วย

 

 

ด้วยระยะเพียงแค่ 3 สัปดาห์ Joshua เรียนรู้ทุกสาขาของวิชาคณิตศ่าสตร์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาตั้งใจนั่งดูและเรียนรู้ผ่านคลิปวิดีโอทุกคืนบนโทรศัพท์ และเขาก็ทำได้สำเร็จ

 

 

ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม Joshua สามารถเอาชนะทุกปัญหาได้ จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัยสาขาฟิสิกส์ได้สำเร็จและเป็นตัวท็อปของสาขาอีกต่างหาก

 

 

ปัจจุบันเขาทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์เต็มตัวแล้ว พร้อมกับข้อความที่อยากจะฝากให้โลกได้รับรู้ไว้ว่า “มันเป็นการไขว่คว้าในสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง และพยายามหาวิธีไปคว้ามันให้ได้”

 

 

ที่มา: YouTube, inspiremore

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์