เชฟญี่ปุ่นเสิร์ฟอาหารเปิบพิศดาร ใช้อวัยวะของตัวเองทำ “องคชาติจานร้อน”


สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการกินอาหารที่หลากหลาย อาหารที่หายาก หรือแม้แต่เมนูเปิบพิศดาร คุณอาจได้ลองลิ้มรสเมนูต่างๆ มาอย่างมากมาย

แต่เรื่องราวในครั้งนี้อาจทำให้คุณรู้สึกแตกต่างออกไป เพราะวัตถุดิบของอาหารจานเด็ดที่ถูกเสิร์ฟ กลายเป็นเรื่องคาดไม่ถึง

 

 

ย้อนกลับไปในปี 2012 Mao Sugiyama ชาวญี่ปุ่นวัย 22 ปี ได้รับการผ่าตัดแปลงเพศตามความตั้งใจ เพื่อฉลองความสำเร็จ เธอจึงคิดที่จะจัด “เมนูอาหารมื้อพิเศษ” โดยเขียนลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า

ฉันขอเสนอ ‘องคชาติจานร้อน’ เมนูราคา 100,000 เยน (ประมาณ 30,000 บาท) สำหรับผู้ที่สนใจ ฉันเป็นคนญี่ปุ่น

อวัยวะนี้ถูกผ่าตัดออกตอนฉันอายุ 22 ปี ผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดโรค และไม่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศหญิง

ผู้ซื้อรายแรกที่ติดต่อเข้ามาจะได้รับสิทธิ์ก่อน หรือไม่ฉันอาจพิจารณาขายมันให้กับกลุ่มของคุณ โดยการเตรียมวัตถุดิบและปรุงให้พร้อมเสิรฟ์ตามคำขอของผู้ซื้อ ในสถานที่ที่กำหนดเองได้ หากมีคำถาม โปรดติดต่อฉันทาง DM หรืออีเมล

 

 

อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อาจเพราะมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก เธอจึงตัดสินใจ “แบ่ง” วัตถุดิบโดยเสิร์ฟเมนูพิเศษนี้ให้กับแขกจำนวน 5 คน

แขกแต่ละคนที่เลือกเมนูนี้ จะต้องจ่ายเงินประมาณ 25,000 เยน (ประมาณ 7,000 บาท) โดยก่อนที่จะเริ่มมื้อค่ำ แขกจะได้รับความเพลิดเพลินจากการบันเลงเปียโนและอื่นๆ จากนั้น Sugiyama จะเสิร์ฟเมนูนี้ โดยปรุงสุกแล้วโรยหน้าด้วยเห็ดกับผักชีฝรั่ง

 

 

ผู้ที่ได้ลองชิมอาหารจานพิเศษเป็นคู่สามีภรรยาวัย 30 ปี หญิงสาววัย 22 ปี ชายหนุ่มวัย 32 ปี และ Shigenobu Matsuzawa วัย 29 ปี ผู้วางแผนจัดงานร่วมในครั้งนี้

Matsuzawa ได้โพสต์ข้อความก่อนเริ่มงานว่า “มันเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ดังนั้นเลยตัดสินใจว่าอยากจะลองดู

เขายังได้โพสต์ภาพบรรยากาศภายในงานลงบนบล็อกส่วนตัว แต่ในภายหลังก็ลบออก ด้วยเหตุผลที่ว่า “เพื่อความเป็นส่วนตัว”

หนึ่งในแขกบอกว่าองคชาติไม่ค่อยมีรส และเหนียวมาก

 

 

Sugiyama เล่าว่าเธอเคยคิดที่จะเก็บองคชาตินี้ไว้กินเอง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจปรุงให้คนอื่นแทน ภายในงานเธอให้แขกลงชื่อแสดงความจำนงที่จะกินอาหารมื้อนี้ ดังนั้นเธอจะไม่รับผิดชอบหากมีผลกระทบใดๆ หลังจากนั้น

เมื่อข่าวนี้แพร่ไป Sugiyama ถูกตำรวจเรียกเข้าพบ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่มีการกระทำใดขัดต่อข้อกฎหมายเรื่องจึงจบลงในที่สุด

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารจานร้อนที่ชวนให้ทั่วโลกตะลึงงันได้อย่างแท้จริง 🙂

 

ที่มา:

dailymail

huffpost

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments