ในขณะที่ในหลากหลายประเทศมีการผลักดันนโยบายการสมรสมเท่าเทียม เพื่อให้รองรับกับสิทธิและความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทยเองก็มีการพูดถึงเรื่องนี้กันบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงไม่รับรองครอบคลุมเท่าที่ควร

 

 

กรณีล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณมิกกี้ (Mikky Billsons) ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับการสมรสเท่าเทียมที่ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

 

ซึ่งจะสอดคล้องไปกับเรื่องของสิทธิต่างๆ แม้ว่าตัวเธอเองจะเป็นข้าราชการ แต่ด้วยปัญหาที่กลุ่ม LGBTQ กำลังเผชิญอยู่กลับไม่มีทางออกสำหรับชีวิต

 

 

คุณมิกกี้เปิดเผยเรื่องราวของเธอกับสามีที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง เธอมีอาชีพเป็นข้าราชการครู คบกับแฟนมาได้ 5 ปีกว่า ช่วยกันสร้างชีวิตที่ดี มีบ้าน แต่งงานอยู่ด้วยกัน ซึ่งดูเหมือนว่าชีวิตกำลังมีความสุขอย่างที่หวังเอาไว้

 

 

แต่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โชคร้ายก็มาเยือนหลังจากที่สามีของเธอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับ และเป็นระยะสุดท้ายมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ 6-8 เดือนเท่านั้น

 

 

ข่าวร้ายครั้งนี้ทำให้คุณมิกกี้รู้สึกใจสลาย น้ำหนักของสามีก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็วจาก 63 กิโลกรัมลงไปที่ 51 กิโลกรัม แม้ว่าจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้มะเร็งหายไป แต่แพทย์ให้คำตอบสุดท้ายคือหมดหนทางรักษาแล้ว

ทางที่เหลือก็คือการประคับประคองสามีที่ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิต

 

 

ทางที่พอจะทำได้คือการให้ทาน ‘ยามะเร็งมุ่งเป้า’ ที่จะช่วยยับยั้งไม่ให้มะเร็งลุกลามและเชื้อสงบ แต่ด้วยราคาของตัวยาที่ต้องทานทุกวัน วันละ 4,000 บาท ตกต่อเดือนประมาณ 120,000 บาท ทำให้มีปัญหาเรื่องของค่าใช้จ่าย

 

 

แม้ว่าคุณมิกกี้จะเป็นข้าราชการจริง มีสิทธิ์ของข้าราชการช่วยจ่ายตรง ก็จะได้ค่ายาฟรีโดยไม่ต้องออกเงินแม้แต่บาทเดียว แต่ถูกจำกัดสิทธิ์เพราะไม่สามารถจดทะเบียนสมรสของบุคคลเพศเดียวกันได้นั่นเอง

 

 

คุณมิกกี้ระบุว่าเมื่อรู้ว่าสามีกำลังจะตาย ยังพอมีโอกาสยื้อชีวิตอยู่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้เพราะถูกสังคมตีกรอบไว้ว่าเพศเดียวกัน สมรสกันไม่ได้ ต้องมานอนดูใจแบบที่ทำอะไรไม่ได้ พร้อมกับตั้งคำถามว่า ‘ทำไมสังคมต้องมาตีกรอบ ความเป็นคนอยู่แค่นี้’

 

 

นอกจากนั้นแล้วตอนที่สามีทราบว่าเหลือเวลามีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 8 เดือน ก็ทำได้เพียงแค่ลูบหัวภรรยาแล้วบอกว่า ‘เสียดาย เราอยู่ด้วยกันยังไม่คุ้มเลย’

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: @mikky.billsons

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...