รู้จักกับ ‘ยาซุมะซะ ทาคางิ’ เชฟขนมหวานชาวญี่ปุ่น ผู้คิดค้นรสชาติให้คิทแคทมากกว่า 50 รส


ว่ากันด้วยเรื่องของขนมยอดนิยม Kit Kat หรือคิทแคทแล้วเนี่ย ตามปกติภาพจำทั่วไปของมันก็คือขนมหวานเวเฟอร์แบบแท่งเคลือบช็อคโกแลต มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในฝั่งเอเชียเช่นกัน

 

 

และหากเปรียบเทียบกับเลย์ในบ้านเราแล้ว คงจะเป็นเลย์ที่มีรสชาติเยอะมากในโลกเลยก็ว่าได้ ส่วนคิทแคทเองก็ต้องยกให้ฝั่งญี่ปุ่นไปเลย เพราะที่ญี่ปุ่นมีคิทแคทสารพัดรสชาติให้เลือกซื้อเยอะจริงๆ

 

 

แท้จริงแล้วตั้งแต่แบรนด์คิทแคทก่อตั้งขึ้นมาในปี 1973 บริษัทได้คิดค้นและผลิตรสชาติใหม่ๆ ออกมามากถึง 400 รสเลยทีเดียว

และทางฝั่งคิทแคทญี่ปุ่นเองก็ยังไม่ยอมหยุดแค่นั้น พยายามคิดค้นหารสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของนวัตกรรมทางรสชาติ!

 

 

เขาก็คือนาย ยาซุมะซะ ทาคางิ เชฟสายขนมหวานต้นตำรับ ผู้คิดค้นและสร้างรสชาติให้กับคิทแคทญี่ปุ่นมาไม่ต่ำกว่า 50 รสชาติ และยังมีต้นแบบรสอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

“ในช่วงที่ผมโตมา คิทแคทมีเพียงแค่รสพื้นฐานอย่างนมช็อคโกแลต และตั้งแต่ที่ผมเข้ามามีส่วนร่วม มันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ”

 

 

รสชาติแรกของเชฟที่พัฒนาขึ้นมาก็คือ ‘เสาวรส’ ที่ถูกหยิบยกนำมาตีตลาดด้วยสโลแกน ‘เสาวรสอันน่าหลงใหล’ และถูกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี 2013

“ผมทำมาแล้วมากกว่า 50 รสชาติ แต่ผมทำรสต้นแบบใหม่ๆ มากกว่านั้นอีกนะครับ เรามีผลิตภัณฑ์ที่ออกไปแล้วคนมักจะ ‘ว้าว’ หรือ ‘หืมมมมม’ อยู่บ่อยๆ”

 

 

เชฟทาคางิมักจะคิดค้นสูตรรสชาติใหม่ๆ จากห้องครัวในร้านของคิทแคทเลย การทำตัวต้นแบบใหม่จะต้องเริ่มจากนำช็อคโกแลตเทลงในแม่พิมพ์ นำเวเฟอร์มาวางลงไปจากนั้นก็เทช็อคโกแลตซ้ำอีกชั้น ก่อนจะถูกนำไปผสมกับรสชาติอื่นๆ นั่นเอง

 

 

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าคิทแคทญี่ปุ่นมีกี่รสชาติที่ถูกวางจำหน่ายออกไปแล้ว และบางรสก็ขายอยู่ในเฉพาะพื้นที่เท่านั้น อย่างเช่นรสเมล่อนในฮอกไกโด และรสมันหวานในภูมิภาคคิวชู

 

 

แต่ที่แน่ๆ คิทแคทญี่ปุ่นภายใต้ผลิตภัณฑ์ในเครือของเนสท์เล่ ก็กลายมาเป็นขนมช็อคโกแลตอันดับต้นๆ ของตลาดเลย ถึงขั้นแซงหน้าขนมของบริษัทเมจิในปี 2012 จากการคิดค้นรสชาติใหม่ๆ บวกกับการตลาดที่เล่นไปตามอารมณ์ของผู้ซื้อ

 

 

ตัวอย่างเช่นเมื่อเทศกาลสอบของนักเรียนนักศึกษามาถึง พวกเขาก็จะซื้อคิทแคทไปอวยพรให้กำลังใจกัน รวมไปถึงการซื้อเป็นของฝากก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเช่นกัน (ทานแล้วจะอารมณ์ดีด้วยนะ เขาคิดกันอย่างนี้)

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: Great Big Story

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments