กัปตัน “หมอต้วง” ลาออกการบินไทย แฉเครื่องเคยเกือบตก เปิดใจทำไมคะแนนประเมินน้อย


กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวร้อนแรง ที่กำลังกลายเป็นกระแสการพูดคุยบนโลกออนไลน์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2021 ที่ผ่านมา นายแพทย์กรพรหม แสงอร่าม หรือ “หมอต้วง” อดีตกัปตันการบินไทย และศัลยแพทย์

ได้ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดใจถึงเหตุผลที่ลาออกจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หลังเจ้าตัวต้องเผชิญกับการประเมินคัดคนออกที่ตนมองว่าไม่เป็นธรรม

ก่อนจะอธิบายถึงประสบการณ์น้ำมันไม่พอถึงที่หมายเกือบพากันตายยกลำ ซึ่งทำให้ตัวเองต้องสั่งน้ำมันเพิ่มเผื่อไว้ตลอดเวลา แต่มันกลับทำให้ตนโดนหักคะแนน

 

“หมอต้วง” กรพรหม แสงอร่าม อดีตกัปตันการบินไทย และศัลยแพทย์

 

โดยในโพสต์ต้นฉบับนายแพทย์กรพรหมได้ชี้แจงไว้ก่อนเล่าเรื่องว่า

1. เขาไม่ได้ตีโพยตีพาย เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ เพราะตนได้ลาออกและได้รับอนุมัติแล้ว

2. เขาต้องการเล่าเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ถูกประเมินคนอื่นๆ ที่ยังต้องอยู่ในองค์กรต่อไป และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส

3. เขาไม่ได้โกรธใครเป็นการส่วนตัว เพราะนี่คือระบบที่เขาคิดว่าไม่สมบูรณ์

4. กัปตันที่สั่งน้ำมัน minimum ตามการคำนวณที่ถูกต้องแล้วในปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่ผิดและสามารถกระทำได้

5. กัปตันที่สั่งน้ำมันเพิ่ม(extra) จากดุลยพินิจแต่ละเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัยก็ “ไม่สมควรถูกตัดคะแนน” เช่นกัน

6. เขาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ การนำข้อมูลการสั่งน้ำมันเพิ่มมาหักคะแนนโดยพิจารณาไม่ครบทุกมิติ เช่นที่ทำกันอยู่และประเมินเขาโดยไม่เป็นธรรม

7. เขาจึงต้องเล่าเรื่องเป็นฉากๆ อธิบายยาวๆ ให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่าความไม่เป็นธรรมเป็นอย่างไร

8. เขาไม่ได้กล่าวหาว่ามีการทุจริตเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องหรือคนใดคนหนึ่ง แต่การใช้เกณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมก็ยังคงไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเพราะได้มาด้วยเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสม ส่วนผู้ไม่ได้รับการคัดเลือกก็ยังสงสัยค้างคาใจ

 

 

ซึ่งเรื่องราวของคุณกรพรหมสามารถสรุปได้แบบย่อๆ ดังนี้

– ในอดีตสมัยที่ยังมีประสบการณ์น้อยคุณกรพรหมได้มีโอกาสออกบินไฟล์ทกรุงเทพ-กวางเจา โดยก่อนออกบินเจ้าตัวได้สั่งน้ำมันแบบ “Minimum fuel”

– นี่เป็นการเต็มน้ำมันตามที่สำนักงานคำนวณมา มักมีปริมาณเพื่อไว้มากกว่าที่ต้องใช้จริงๆ ตามกฏการบินไม่มากนัก ซึ่งในกรณีนี้ น้ำมันควรจะพอบินไปถึงฮ่องกงในกรณีลงกวางเจาไม่ได้ และมีน้ำมนให้บินวนอีกราวๆ 30 นาที

– ปัญหาคือระหว่างจะร่อนลงที่กวางเจา (ซึ่งมีพยากรณ์ว่าอากาศเเจ่มใส) คุณกรพรหมกลับต้องพบเหตุพายุเข้า ในขณะที่ไม่มีน้ำมันมาเผื่อให้วน จนตนต้องพยายามเขาเครื่องลงแต่ก็ไม่สำเร็จ

– เขาต้องเชิดหัวเครื่องขึ้นอีกครั้ง และเปลี่ยนเป้าหมายจะบินไปลงที่ฮ่องกงแทน แต่ก็ต้องพบว่าระบบของเครื่องบินได้เตือนว่าน้ำมันใกล้หมดแล้ว ซึ่งทำให้เขาตกใจมากๆ

– ยังดีที่นักบินอีกคนพบว่าใกล้ๆ ยังมีสนามบินมาเก๊าอยู่อีกแห่ง ซึ่งเจ้าตัวตัดสินใจใช้เป็นที่พึ่งสุดท้าย แม้ที่นั่นจะมีเครื่องนำร่องแบบโบราณมีข้อจำกัดมาก แถมอากาศก็ไม่ได้ดีกว่ากวางเจานัก

– นับว่าเป็นโชคดีมากที่แม้การนำเครื่องลงจอดจะมีปัญหามากแต่ในวันนั้นคุณกรพรหมก็สามารถนำเครื่องลงได้สำเร็จ

– แต่มันก็ทำให้เขาต้องส่ง Air safety report เพื่อถามหาเหตุผลเลยว่าน้ำมันที่เกมมาตามข้อกำหนดทุกอย่างทำไมมันหมดเร็วนัก

– เมื่อสืบสวนกันไปผลก็ออกมาว่า นี่เป็นความผิดพลาดของสำนักงานภาคพื้นดิน ที่เตรียมแผนการบินโดยคอมพิวเตอร์

– เนื่องจากตัวคอมได้คำนวนน้ำมันไปยังสนามบินสำรอง (ฮ่องกง) โดยการลากเส้นตรงจากกวางเจาไปฮ่องกง!! ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์จริงๆ

– แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นทำให้คุณกรพรหมไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนต่อจากวันนั้นมาเขาก็สั่งน้ำมันเกินกว่าที่เค้ากำหนด ไฟล์ทละ 1-2 ตันเสมอๆ

– การกระทำนี้ ทำให้เขาได้คะแนนประเมินการสั่งน้ำมันแค่ 1.13/10 ในการคัดคนออกจากองค์กร

– ซึ่งแม้คะแนนอื่นๆ จะมากพอที่ทำให้เขาอยู่ในองค์กรต่อได้ แต่เจ้าตัวก็คิดว่านี่เป็นความอับอาย และการประเมิณที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้นตนจึงขอลาออกเองดีกว่า

 

 

คุณกรพรหมทิ้งท้ายไว้ว่าถ้าสิ่งที่เขาเล่ามาทำให้ผู้อ่านเสียเวลา ก็ขอโทษ แต่หากอ่านจนจบหลายๆ คนคงเห็นด้วยบ้างไม่มากก็น้อย ว่าเกณฑ์ที่องค์กรใช้ตัดสินมัน ไม่เป็นธรรมกับกัปตันดีๆ คนอื่นๆ

ส่วนเขานั้น ไม่ต้องเป็นหว่ง เพราะเขาจะไม่มีวันกลับไปทำงานที่นั่นกับคนเหล่านั้นอีกแล้ว

ปัจฉิมบท มีครูการบินที่เคารพท่านนึง เคยสอนเขาไว้ว่า จำไว้นะ “Once you are captain , you are captain” เขาเพิ่งเข้าใจมันก็วันนี้เอง

 

โพสต์ต้นฉบับจากเฟซบุ๊ก Kornprom Saengaram

 

ที่มาเฟซบุ๊ก Kornprom Saengaram และ matichon

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments