เกิดเป็นเหตุที่เกี่ยวเนื่องกันในทางการเมืองของประเทศเลบานอน หลังจากเกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนในกรุงเบรุตไปมากกว่า 160 ราย บาดเจ็บหลายพันรายและทำให้ประชาชนกลายเป็นคนไร้บ้านอีกหลายแสนคน

ปัญหาเหล่านี้เริ่มก่อตัวเป็นความไม่พอใจของประชาชนที่มีท่าทีไม่ไว้ใจรัฐบาล ลุกลามกลายเป็นการประท้วงไปทั่วกรุงเบรุต เกิดการชุมนุมของประชาชนกดดันรัฐบาลให้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

และเมื่อไม่นานมานี้เองทางคณะรัฐบาลเลบานอน นำโดยนายกรัฐมนตรี Hassan Diab ได้ประกาศผ่านโทรทัศน์ว่าทางคณะรัฐมนตรีได้ทำการลาออกยกชุดแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวายที่ยังไม่มีท่าทีจะหยุดลงได้ง่ายๆ

 

Hassan Diab

 

ชาวเลบานอนได้กล่าวโทษรัฐบาลโดยตรงว่าเป็นผู้อนุญาตให้มีการกักเก็บสารวัถตุระเบิดเกือบ 3,000 ตันในโกดังท่าเรือมาตลอด 6 ปี จนเป็นเหตุทำให้เกิดระเบิดอย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงความคับแค้นใจของประชาชนกับคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ทำเศรษฐกิจทั้งประเทศตกต่ำ

 

 

สถานการณ์ในเลบานอนช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนทำการชุมนุมรวมตัวประท้วงและปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง รวมถึงการบุกเข้าไปถึงอาคารกระทรวงการต่างประเทศและอาคารอื่นๆ ของรัฐบาล พร้อมกับปักป้ายข้อความ ‘ลาออกหรือโดนแขวน’

 

 

ความรุนแรงเช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคณะรัฐบาลเลบานอน โดยในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2020 ตามวันเวลาท้องถิ่น 4 รัฐมนตรีและ 9 สมาชิกสภาได้ยื่นหนังสือลาออกก่อน ยิ่งทำให้ข่าวลือเกี่ยวกับการล่มสลายของรัฐบาลชุดนี้ชัดเจนขึ้นและในชั่วโมงต่อมาก็เป็นเช่นนั้น

 

 

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยโดยกับผู้สื่อข่าวว่า คณะรัฐมนตรีที่เหลือได้ทำการประชุมร่วมกันแล้วว่าจะลาออกทั้งคณะ และนายกรัฐมนตรี Hassan Diab ได้ประกาศลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 19.30 น. ในวันเดียวกัน

และจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารประเทศอีกครั้ง เลบานอนจะมีคณะรัฐมนตรีรักษาการขึ้นมาแทนก่อน โดยจะไม่สามารถทำหน้าที่เสนอกฎหมายหรือออกมาตรการบริหารใดๆ ได้

 

 

ในส่วนของเหตุการณ์เช่นนี้ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในแง่หนึ่งคือไม่มีผู้นำที่มีอำนาจทางการเมืองที่จะนำพาประเทศกลับเข้าสู่การฟื้นฟูหลังเกิดเหตุระเบิด การล่มสลายของเศรษฐกิจในประเทศ และถูกซ้ำเติมด้วยไวรัสโคโรนา

 

 

ในอีกแง่หนึ่งคือทำให้อำนาจของพรรคฮิซบุลลอฮ์อ่อนแอลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ความช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามาได้ง่ายมากขึ้นและช่วยระงับความไม่สงบในท้องถิ่นได้

 

 

แม้ว่าผู้นำทั่วโลกจากหลายประเทศจะร่วมกันช่วยเหลือไปร่วม 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างการประชุมทางไกลกัน ซึ่งจะยังไม่เพิ่มงบประมาณช่วยเหลือเพิ่มจนกว่าเลบานอนจะมีรัฐบาลชุดใหม่จัดตั้งขึ้นมาอีกครั้ง

 

ที่มา: washingtonpost, sky, rnz, vox

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์