มันเป็นเรื่องที่เราปฏิเสธกันไม่ได้เลยว่าในวงการโฆษณา บ่อยครั้งบริษัทต่างๆ ก็มักจะมีการให้การโฆษณาที่ถือว่าเกินจริง จนทำให้เกิดปัญหาถึงขั้นฟ้องร้องกัน

แต่คุณทราบกันหรือไม่ว่าในอดีต แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ อย่าง “เป๊ปซี่” เอง เขาก็เคยมีบทเรียนราคาแพงกับการโฆษณาเกินจริงเช่นกัน แถมในกรณีของพวกเขา เป๊ปซี่ก็ถึงขั้นที่เกือบจะต้องซื้อเครื่องบินรบให้กับลูกค้าเลยด้วย

 

 

เรื่องราวในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงปี 1996 เมื่อบริษัทเป๊ปซี่ตัดสินใจจัดกิจกรรมชื่อ “Drink Pepsi, Get Stuff” ซึ่งเกิดให้คุณสามารถรับคะแนนจากการซื้อสินค้าจากเป๊ปซี่ และใช้คะแนนดังกล่าวแลกเป็นของที่ต้องการ

โดยในโฆษณา TV ที่ออกมาในเวลานั้น บริษัทเป๊ปซี่ได้จัดแสดงสินค้าบางส่วน ที่ลูกค้าจะสามารถแลกได้ด้วยคะแนน ตั้งแต่เสื้อยืดเป๊ปซี่ในราคา 75 คะแนน หรือแจ็คเก็ตหนังในราคา 1,450 คะแนน

ก่อนที่จะระบุว่า “ยิ่งคุณดื่มเป๊ปซี่มากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งแลกของดีๆ ได้เท่านั้น” และจบโฆษณาลงด้วยภาพของเครื่องบิน Harrier jet ที่ลงจอดบนสนามโรงเรียน

 

 

แต่แทนที่เครื่องบินดังกล่าวจะเป็นเพียงตัวแทนที่บอกให้คนดูรู้ว่าคุณแทบจะแลกคะแนนกับอะไรก็ได้ ไม่นานนักภาพของเครื่องบินด้านบนนี้กลับย้อนมาเล่นงานบริษัทเป๊ปซี่เอง

เมื่อหนุ่มนักศึกษาภาควิชาธุรกิจวัย 21 ปีนาม John Leonard เห็นโฆษณานี้และพบว่า บริษัทเป๊ปซี่ตั้งราคาเครื่องบิน Harrier jet ไว้ที่แค่ 7 ล้านคะแนนเท่านั้น

ที่สำคัญการจะซื้อ Harrier jet ลำดังกล่าวเข้ายังไม่ต้องซื้อเป๊ปซี่เป็นล้านๆ กระป๋องด้วยเนื่องจากทางบริษัทเป๊ปซี่ได้ระบุในแค็ดตตาล็อกด้วยว่า

ตราบใดที่มีคะแนนเป๊ปซี่สักหนึ่งคะแนน ลูกค้าจะสามารถจ่ายเงินแทนส่วนต่างของคะแนนที่ขาดไปได้ในราคา 10 คะแนนต่อ 1 ดอลลาห์

ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะสามารถซื้อเครื่องบินเจ็ทได้ในราคาแค่ 7 แสนเหรียญ ถูกกว่าราคาจริงๆ ที่ราวๆ 30 ล้านเหรียญหลายเท่า!!

 

วิดีโอโฆษณาจากปี 1996

 

ดังนั้น John Leonard จึงตัดสินใจร่วมมือกับนักลงทุนอีก 4-5 คน ส่งจดหมายพร้อมคะแนน 15 คะแนนและเงิน 700,008.5 เหรียญ (ร่วมค่าส่ง) ไปยังบริษัทเป๊ปซี่เพื่อขอซื้อเครื่องบินรบในทันที

แต่ก็ต้องพบว่าทางบริษัทเป๊ปซี่ปฏิเสธที่จะมอบเครื่องบินรบให้กับเขาโดยอ้างว่าเครื่องบินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแค็ตตาล็อกสินค้าจริงๆ

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ทางทีมงานของ John Leonard ต้องส่งจดหมายตอบโต้กับทางเป๊ปซี่ไปอีกสองสามครั้ง

จนกระทั่งเมื่อการตกลงไม่ลงตัวเรื่องราวดังกล่าวจึงต้องบานปลายถึงขั้นต้องขึ้นไปต่อสู้กันในศาลซึ่งกินทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเป็นเวลายาวนานสุดๆ ถึง 3 ปี

 

John Leonard

 

นับว่าเป็นโชคดีของทางบริษัทเป๊ปซี่มากที่ในท้ายที่สุดทางศาลก็ตัดสินให้พวกเขาชนะคดีความที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลสำคัญสองข้อได้แก่ การโฆษณานี้ไม่ใช่ข้อเสนอตามข้อสัญญา

และตามปกติคงจะไม่มีใครคิดว่าการเอาเครื่องบินรบที่เป็นอาวุธสงครามมาจอดในโรงเรียนแบบในโฆษณา จะเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถือจริงจัง ต่อให้โจทก์จะระบุว่าเขารับได้ที่เครื่องบินจะไม่ติดอาวุธก็ตาม

แต่แม้ว่า John Leonard จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการฟ้องร้องครั้งนี้ก็ตาม เรื่องราวของเขาก็ได้กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของพื้นที่สีเทาในกฎหมายสัญญา ที่นักศึกษานิติศาสตร์ของหลายๆ ที่จะต้องเรียนรู้เลย

 

 

ส่วนทางบริษัทเป๊ปซี่เองหลังจากที่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น พวกเขาก็ถึงขั้นที่จะต้องเปลี่ยนคะแนนของเครื่องบินเจ็ทในโฆษณาเป็น 700 ล้านคะแนน และเต็มคำว่า “แค่ล้อเล่นนะ” ลงไปหลังวิดีโอเลย

และแม้ว่าเป๊ปซี่จะชนะการขึ้นศาลก็ตาม เมื่อสอบถามคนทั่วไป ส่วนมากกลับหวังเป็นอย่างมากว่าบริษัทเป๊ปซี่ จะซื้อเครื่องบินรบให้ John Leonard จริงๆ

เนื่องจากพวกเขามองว่าบริษัทต่างๆ ควรจะกล้าที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองโฆษณาจริงๆ นั่นเอง

 

ที่มา medium และ cbsnews

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...