ลอนดอน/โรม/มิลาน กับสภาพอากาศที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม “มลพิษลดลงไปกว่าครึ่ง”


ถ้ายังจำกันได้ ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) คือหนึ่งในก๊าซมลพิษทางอากาศหลักๆ ที่เกิดจากการใช้รถบนท้องถนน รวมไปถึงโรงงานต่างๆ แถมมันยังเป็นสารตั้งต้นตัวสำคัญของฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย

เรียกง่ายๆ ก็คือปริมาณของ NO2 ในอากาศลดลง ย่อมทำให้สภาพอากาศโดยรวมดีขึ้น และเหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ เช่น จีน อิตาลี สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

 

ตัวอย่างระดับมลพิษทางอากาศที่ลดลงในจีน

 

อ่านข่าวเก่าได้ที่ลิงก์: NASA เผยภาพ “มลพิษทางอากาศในจีนลดฮวบ” เพราะไวรัส COVID-19 ผู้คนอยู่แต่ในบ้าน

 

อีกหนึ่งแห่งที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันนี้ก็คือ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อสื่อต่างประเทศจำนวนมากต่างรายงานถึงผลการวิจัยที่กล่าวว่า “ระดับมลพิษทางอากาศของเมืองนี้ลดลงจากเดิมไปกว่าครึ่ง”

ศูนย์บรรยากาศศาสตร์แห่งชาติ ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจาก เครือข่ายคุณภาพอากาศกรุงลอนดอน และพบว่ามลพิษทางอากาศในเมืองนี้เริ่มลดระดับลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา

 

เส้นสีเขียวคือระดับมลพิษทางอากาศช่วงปี 2015-2019, เส้นสีฟ้าคือในปี 2020

 

โดยจากการศึกษาและเปรียบเทียบกับเมื่อช่วงเวลาเดียวกันนี้ (มกราคม-มีนาคม) ของตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าระดับมลพิษทางอากาศในกรุงลอนดอนนั้นลดลงไปจากเดิมถึงราวๆ 50% เลยทีเดียว

และสิ่งนี้ก็ยังสามารถยืนยันได้จากภาพถ่ายดาวเทียมของทาง องค์การอวกาศยุโรป ที่เผยว่าระดับมลพิษทางอากาศในปีนี้น้อยกว่าช่วงเดือนมีนาคมของปีก่อนๆ มากจริงๆ

พวกเขายังบอกอีกว่าระดับมลพิษอากาศที่ลดลงนั้นไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงโรม และมิลาน ประเทศอิตาลี ณ เวลานี้เลย

 

คลิปแสดงระดับมลพิษทางอากาศที่ลดลงในยุโรป

 

ศาสตราจารย์ Alastair Lewis จากศูนย์บรรยากาศศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบหลังจากที่ผู้คนลดการใช้รถใช้ถนน

เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า ช่วงเวลานี้หลายๆ ประเทศต่างใช้นโยบายกักตัว ให้ผู้คนอยู่แต่ในบ้าน และสิ่งนั้นเองก็คือสาเหตุที่ทำให้เกิดการลดลงของมลพิษทางอากาศดังที่รายงานไปข้างต้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกังวลก็คือ จะมีวิธีการไหนที่จะรักษาสภาพอากาศในระดับนี้เอาไว้ได้หรือไม่? เพราะเชื่อว่าหากสถานการณ์ COVID-19 ผ่านพ้นไป มลพิษทางอากาศจะกลับมาเลวร้ายอย่างรวดเร็ว

 

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: Fortune , Unilad , Mirror , DailyMail

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวตะปู