ผู้ต้องหาคดีขโมยเงินจากธนาคารกว่า 2.6 ล้านบาท ถูกจับหลัง “โพสต์อวดรวย” ลงโซเชียล


เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2019 ได้มีรายงานจากสำนักงานอัยการรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหนุ่ม หลังจากที่เขาขโมยเงินจากตู้เซฟธนาคารไปมากกว่า 2.6 ล้านบาท

ชายคนนั้นมีชื่อว่า Arlando Henderson วัย 29 ปี อดีตพนักงานธนาคาร Wells Fargo ในรัฐดังกล่าว ซึ่งล่าสุดเขาเพิ่งถูกจับกุมตัวไปในวันที่ 4 ธันวาคม 2019 ด้วยข้อหาฉ้อโกง ขโมยเงินจากธนาคารที่ตัวเองเคยทำงานอยู่

 

Arlando ผู้ต้องหาหนุ่มในคดีดังกล่าว

 

จากรายงานกล่าวว่า นาย Arlando นั้นได้ทำการแอบเอาเงินออกจากตู้เซฟเงินฝากของธนาคารไปแล้วทั้งสิ้น 18 ครั้ง ตลอดช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา

ชายหนุ่มใช้สารพัดวิธีในการนำเงินออกไปอย่างผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างข้อมูลเท็จ ปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงการปลอมใบแจ้งยอดของธนาคารก็ด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีการขโมยเงินออกไปของเขานั้นก็ทำได้อย่างแนบเนียนมาโดยตลอด จนกระทั่งทางธนาคารเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากโพสต์โซเชียลมีเดียของเขา

 

 

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา Arlando มักจะโพสต์ภาพอวดโชว์ความรวยของตัวเอง กำเงินก้อนโต หรือไม่ก็อวดรถ Benz สุดหรูคันงามที่เพิ่งซื้อเมื่อไม่นานมานี้

การอวดรวยในลักษณะนั้นทำให้ทางธนาคารเริ่มระแคะระคายเกี่ยวกับเงินที่หายไปจากตู้เซฟ โดยมองว่าพนักงานหนุ่มไม่น่ามีเงินมากขนาดนี้ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีอาชีพเสริมเป็นแรปเปอร์อิสระก็ตาม

 

 

ด้วยเหตุนั้น ชายหนุ่มจึงถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว จนกระทั่งมีรายงานออกมาว่าเงินที่เขาขโมยไปจากตู้เซฟนั้นสูงถึง 88,000 ดอลลาร์ฯ หรือกว่า 2.6 ล้านบาทเลยทีเดียว

รายงานเพิ่มเติมกล่าวว่า หลังจากนำเงินออกมาจากตู้เซฟแล้ว Arlando ก็ชอบที่จะนำเงินบางส่วนไปฝากไว้ที่บัญชีธนาคารอื่นผ่านตู้ ATM ใกล้ๆ กับธนาคารที่เขาทำงานอยู่

อีกทั้งเขายังนำเงินสด 20,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 604,000 บาท) ไปดาวน์รถ Benz และสมัครสินเชื่อรถยนต์กับทางธนาคารอื่นด้วย

 

 

ทั้งหมดนั้นจึงกลายมาเป็นหลักฐานชี้ตัวผู้กระทำผิดได้ในทันที ซึ่ง Arlando ก็ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับเรื่องทั้งหมดนี้

สำหรับการตัดสินโทษที่เขาต้องได้รับนั้นก็จะมีขึ้นในวันที่ 17 ธันวาคม 2019 โดยสื่อต่างประเทศเชื่อว่าชายหนุ่มอาจต้องรับโทษติดคุกนานกว่า 10 ปี และอาจต้องเสียค่าปรับอีกเป็นหลายล้านบาทในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: CNN , Unilad , LadBible , DailyMail

Advertisement


Like it? Share with your friends!

0 Comments