หากเราจะกล่าวถึงสิ่งที่พัฒนาไปตามยุคสมัยที่สุด นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว หลายๆ คนก็คงจะนึกถึงเรื่อง “ยา” ขึ้นมาเป็นอย่างแรก เพราะโรคร้ายจากในอดีตหลายๆ อย่างในปัจจุบันก็ล้วนแต่จะมียาที่รักษาได้แล้วแทบจะทั้งสิ้น

แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่ายาจากในสมัยก่อนนั้น จะไร้ประโยชน์ในปัจจุบันไปหมดเลยเช่นกัน

เพราะเมื่อล่าสุดนี้เอง ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอร์วิคได้ทดลองทำยาตามสูตรเก่าแก่โบราณเมื่อ 1000 ปีก่อนและพบว่าตัวยาดีดูจะเก่าจนเกินไปแล้วชิ้นนี้ จัดเป็นยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพเลย แม้ในปัจจุบัน

 

สูตรการทำยา Bald’s eyesalve จากสมัยแองโกลแซกซอน (ค.ศ. 410-1066)

 

สูตรยาโบราณนี้มีชื่อว่า “Bald’s eyesalve” โดยมันเป็นยาที่ถูกบันทึกไว้เมื่อปี ค.ศ. 905 และมีส่วนผสมหลักเป็น กระเทียม หัวหอม ไวน์ และน้ำดีวัว

อ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ตัวยาที่ว่านี้เดิมทีแล้วถูกทำเลียนแบบขึ้นในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง

โดยในเวลานั้น พวกเขาได้พบว่ายานี้สามารถใช้รักษาแผลจากเชื้อโรค Staphylococcus aureus ไม่แพ้การใช้ตัวยาในปัจจุบันเลย

 

Bald’s eyesalve ที่ทำขึ้นในห้องทดลอง

 

อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาทำการทดลองต่อยอดไปอีกขึ้น นักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบกับความจริงที่น่าสนใจอีกชิ้น

นั่นเพราะนอกจากเชื้อโรค S. aureus แล้วยา Bald’s eyesalve ยังสามารถให้รักษาอาการจากเชื้อโรคอื่นๆ ได้ถึง 4 ชนิด แถมในบรรดาเชื้อโรคเหล่านั้น บางตัวก็มีชื่อเสียงเรื่องความทนทานต่อยาฆ่าเชื้อด้วย

นี่นับว่าเป็นการค้นพบที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งเลย เพราะมันไม่เพียงแต่จะเป็นหลักฐานอย่างดีว่าการศึกษายาในอดีตอาจจะทำให้เราค้นพบยาที่รักษาโรคได้จริงเท่านั้น

แต่มันยังช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์เห็นความสำคัญของการผสมส่วนผสมหลายๆ อย่างเข้าด้วยกันเพื่อให้ยาออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย

 

ส่วนผสมและวิธีทำ Bald’s eyesalve

 

“ทดลองนี้ก็ช่วยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสำรวจหาสารใหม่ๆ ไม่เพียงแค่สารใดสารหนึ่งแต่รวมไปถึงการผสมสารเข้าด้วยกัน” คุณ Freya Harrison หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว

“เราคิดว่าการค้นหายาปฏิชีวนะจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในอนาคตจะสามารถถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ โดยการศึกษาผลของส่วนผสมต่างๆ

อย่างในกรณีนี้ส่วนผสมที่เราพบก็อาจจะเบิกทางไปสู่การรักษาแผลติดเชื้อที่เท้าได้ไม่ยากเลย”

 

ที่มา gizmodo และ nature

Advertisement

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์