นักวิทย์ทดลอง “ตัดต่อยีนหนู” เผาผลาญไขมันเร็วขึ้น ต่อยอดสู่การลดความอ้วนในคน


การที่เราจะมีร่างกายที่เผาผลาญไขมันได้เร็ว ทานยังไงก็ไม่อ้วน เชื่อว่าคงจะเป็นความฝันสำหรับหลายๆ คนเลย

ดังนั้นนี่อาจจะถือว่าเป็นข่าวดีจากวงการนักวิทยาศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อล่าสุดนี้เอง ทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศจีนได้ออกมาเปิดเผยว่า

พวกเขาประสบความสำเร็จในการตัดต่อยีนของหนู จนทำให้พวกมันมีการเผาผลาญแคลอรี่ได้เร็วขึ้น ซึ่งทั้งป้องกันไม่ให้ร่างกายอ้วน แถมยังแก้ปัญหาการเผาผลาญอื่นๆ ได้ในเวลาเดียวกัน

 

 

ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ที่นำโดยคุณ Yu-Hua Tseng ตัดสินใจใช้เทคโนโลยี CRISPR ตัดต่อยีนของหนู ให้ผลิตเซลล์ไขมัน (Fat Cell) ชนิดสีน้ำตาลให้มากขึ้น

เจ้าเซลล์ไขมันสีน้ำตาลดังกล่าว ตามปกติแล้วจะมีอยู่ในร่างกายสิ่งมีชีวิตคู่กับเซลล์ไขมันสีขาวตามปกติ เพียงแต่มีความสามารถในการย่อยสารอาหารสูงกว่า เซลล์อีกแบบที่มุ่งเน้นไปที่การสะสมพลังงานไว้

ตามปกติแล้วสิ่งมีชีวิตจะมีเซลล์ไขมันสีขาวมากกว่าเซลล์ไขมันสีน้ำตาลมาก ซึ่งทำให้ไขมันมักจะถูกนำไปสะสมในเซลล์ไขมันสีขาว มากกว่าที่จะเผาผลาญไป

ดังนั้น เพื่อหาคำตอบว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเรามีเซลล์ไขมันสีน้ำตาลมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จึงทดลองเพิ่มปริมาณ เซลล์ไขมันสีน้ำตาลในหนูด้วยเซลล์คล้ายเซลล์ไขมันสีน้ำตาล จากมนุษย์ชื่อมีชื่อรหัสว่า HUMBLE ดู

และผลการทดลองที่ออกมาก็เป็นไปตามที่พวกเขาคิดเสียด้วย

 

ภาพเปรียบเทียบเซลล์ไขมันสีขาว (ซ้าย) น้ำตาล (ขวา) และเซลล์ HUMBLE (กลาง)

 

อ้างอิงจากงานวิจัยในวารสาร Science Translational Medicine หนูที่ได้รับการตัดต่อยีนไปนั้น จะมีอัตราการเผาผลาญไขมันที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับหนูปกติ

พวกมันจะมีการจัดการกลูโคสในร่างกาย และการตอบสนองต่ออินซูลินที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้พวกมันสามารถกลับมารูปร่างดีได้ง่ายแม้เคยถูกขุ่นจนอ้วนก่อนการตัดต่อเซลล์ และออกกำลังพอๆ กับหนูอ้วนในการทดลองอีกกลุ่ม

นี่นับว่าเป็นการทดลองที่น่าสนใจ และคงจะสร้างความหวังให้กับหลายๆ คนไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็ได้ระบุไว้ในงานวิจัยของพวกเขาด้วยว่า

มันไม่มีอะไรมายืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากการตัดต่อยีนของหนูจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ด้วย และการทดลองในครั้งนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่การพิสูจน์แนวคิดของนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น

 

 

ดังนั้นจนกว่าที่วันที่การตัดต่อยีนมนุษย์ที่ได้ผล ปลอดภัย และไม่ผิดจรรยาบรรณจะมาถึงจริงๆ การออกกำลังกายก็จะยังคงเป็นทางเลือกการลดน้ำหนักที่ดีที่สุดต่อไปอีกนานแสนนานเลย

 

ที่มา gizmodo และ sciencemag

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments