สาวญี่ปุ่นอยากเป็นนางแบบ แต่เพื่อนเยาะเย้ย ยอมลงทุนเพื่อความฝัน และเธอมองว่ามันคุ้ม


เป็นธรรมดาของคนเราที่ต้องการจะมีหน้าตาสวยหล่อในแบบพิมพ์นิยม ซึ่งก็ต้องยอมรับการตามตรงว่าหากมีใบหน้าที่สวยเด่นหรือหล่อเหลา จะสามารถใช้เป็นช่องทางในการเข้าสู่วงการบันเทิงได้เช่นกัน

 

 

หากเพียงแต่คนเรานั้นเกิดไม่ได้สวยหล่อแต่กำเนิด ‘การศัลยกรรม’ จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียที่มีชื่อเสียงในการเหลาหน้าตกแต่งเสริมต่างๆ มากมาย และหนึ่งนั้นก็คือสาวญี่ปุ่นนามว่า ‘มิกิชิ’

 

 

มิกิชิ สาววัย 25 ปี จากประเทศญี่ปุ่น กำลังได้รับความสนใจจากโซเชียลมีเดียฝั่งเอเชียไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยการเปิดเผยภาพความก่อนและหลังทำศัลยกรรมพลาสติก ที่เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นคนละคนไปเลย

นับว่าเป็นการยอมรับสารภาพและเปิดเผยตัวตนในอดีตของเธอ โดยยกความดีความชอบให้กับการศัลยกรรมพลาสติกทั้งหมด

 

 

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2020 เธอเริ่มเปิดเผยว่าการทำศัลยกรรมครั้งแรกเพื่อปรับโครงสร้างใบหน้า เกิดขึ้นหลังเรียนจบมัธยมปลายเพียงวันเดียว แบบว่าจบปุ๊บไปทำเลย

และจากนั้นก็มีการทำหน้าอีกหลายต่อหลายรอบ หมดเงินไปกับการทำศัลยกรรมทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านเยน (1,200,000 บาท)

 

 

ทว่าบางคนอาจจะมองว่าเงินเหล่านี้สามารถนำไปใช้ทำอะไรอย่างอื่นได้มากกว่า สำหรับมิกิชิเองคิดว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งที่เธอทำลงไป

เพราะศัลยกรรมพลาสติกมันเปลี่ยนชีวิตเธอได้ ช่วยเพิ่มความมั่นในตัวเองให้มากขึ้นและมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น แทนที่จะจมดิ่งไปกับความซึมเศร้า

 

 

ปัจจุบันมิกิชิได้กลายมาเป็นผู้ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมให้กับผู้ที่สนใจทำ ถึงกับสามารถตั้งบริษัทให้คำปรึกษาทางด้านนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว

จากการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร SPA! ระบุว่าเธอตัดสินใจทำศัลยกรรมในช่วงเรียนมัธยมปลาย เพราะตอนยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น เคยบอกว่าฝันอยากจะเป็นนางแบบกับเพื่อนร่วมชั้น

แต่กลายเป็นว่าเพื่อนเอาไปบอกต่อกันหมดจนถูกตามล้ออยู่ตลอด แม้แต่เพื่อนที่สนิทใจกันยังหัวเราะเยาะใส่ ถูกถามย้อนกลับมาด้วยประโยค ‘เคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างรึเปล่า?’

 

 

แต่ก่อนเธอไม่เคยมีปัญหากับรูปลักษณ์ตัวเองเลย จนมาเจอเรื่องที่ทำให้อับอายหมดความมั่นใจช่วงมัธยมต้น มันจึงทำให้เธอเริ่มหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง หากการที่ตัวเองดูไม่สวยก็จะไม่ยอมบอกความฝันของตัวเองให้ใครรู้อีก

มิกิชิกล่าวถึงตอนนั้น ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ดูน่ารักกว่าเธอไปหมด ความคิดเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้เธอไม่สามารถโฟกัสเรื่องอื่นนอกเหนือจากหน้าตาของตัวเอง

 

“ฉันเกลียดหน้าตัวเองมากๆ จนถึงขั้นไม่อยากให้คนเห็นมันอีก ฉันเลยไม่ชอบเดินข้างนอกหรือขึ้นรถไฟ ยิ่งเป็นเหตุที่ทำให้ฉันต้องให้พ่อแม่ขับรถมารับที่โรงเรียน”

 

 

“อีกทั้งสภาพจิตใจก็ไม่นิ่งพอ ฉันมักจะร้องไห้อยู่บ่อยๆ ระหว่างเรียน ฉันคิดว่าฉันคงมีชีวิตอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ พอหลังจากที่ฉันเรียนจบฉันก็เตรียมเลิกคบเพื่อนๆ สารภาพกับแม่ว่าฉันอยากจะทำศัลยกรรมให้เร็วที่สุดหลังเรียนจบ”

 

เมื่อรู้ถึงความรุนแรงของปัญหาที่กำลังก่อตัวขึ้นกับหน้าตาของลูกสาว คุณแม่ของมิกิชิจึงยอมจ่ายเงินค่าศัลยกรรมในส่วนที่จำเป็นต้องทำให้ลูก โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องปรึกษากับแพทย์เสียก่อน

พอเรียนจบมัธยมปลายวันแรก มิกิชิก็เริ่มเข้ารับการผ่าตัดผ่านมีดหมอ ไม่ว่าจะเป็นการกรีดตาเต็มรูปแบบ การปรับรูปตาและบริเวณมุมด้านนอกของดวงตา

 

 

อย่างไรก็ดี การทำหน้าครั้งแรกกลับทำให้ทุกอย่างแย่ลงหนักกว่าเดิม เธอเริ่มคิดว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรเมื่อได้เห็นเธอหลังทำหน้ามาใหม่ ยังดูน่ารักไม่พอรึเปล่า?

มิกิชิถึงขั้นคิดมากจนไม่กล้าออกจากบ้านนานถึง 3 เดือนเต็ม และจมปลักอยู่กับความซึมเศร้าแบบดิ่งลึกมากๆ โชคดีที่ครอบครัวรั้งเธอขึ้นมาได้ และเธอเริ่มเข้าสังคมอีกครั้งหลังจากที่ได้ทำงานพาร์ทไทม์ในหน่วยงานรัฐ

 

 

มิกิชิยังคงรู้สึกไม่มั่นใจตัวเองเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นแล้วก็กลับไปทำศัลยกรรมอีกรอบ ทั้งทำคาง ทำจมูก รวมถึงเก็บงานรอบดวงตาอีกครั้ง

เธอผ่าตัดทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ประมาณ 4 รอบ รวมเป็นเงินประมาณ 4 ล้านเยน (1.2 ล้านบาท) กับค่าดูแลรักษาหน้าอีกนิดหน่อย

แต่ก็ถือว่าเป็นเงินที่มากพอสมควร เธอเองก็รู้ตัวดี แต่เธอคิดว่ามันคุ้มค่าเพราะมันเปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างสิ้นเชิง

 

 

ยกตัวอย่างเช่น วันนี้เธอรู้สึกดีที่ได้ลองเสื้อผ้าที่ไม่เคยกล้าใส่มาก่อน มีแบรนด์ที่ชอบมากแต่พอลองใส่หน้ากระจกมักจะบอกตัวเองว่า ‘หน้าไม่เหมาะกับชุดนี้เลย’ แถมมักจะคิดว่ากระโปรงและส้นสูงจะเหมาะกับผู้หญิงน่ารักๆ มากกว่าตัวเอง

มิกิชิจึงยอมกู้เงินมาเพื่อทำศัลยกรรมตัวเอง เธอมั่นใจที่จะพูดได้เลยว่า ‘ยอมเป็นหนี้ดีกว่าต้องอมทุกข์ที่ไม่มั่นใจตัวเอง’

 

 

ตอนนี้เธอจึงอยากช่วยคนอื่นๆ ให้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่านความยากลำบากแบบที่เธอเจอมา ด้วยการตั้งบริษัท Popelka Co. Ltd. เพื่อให้คำปรึกษาโดยเฉพาะเรื่องการทำศัลยกรรม แนะนำโรงพยาบาล สนับสนุนค่าใช้จ่าย และมีล่ามช่วยแปลหากต้องทำศัลยกรรมนอกญี่ปุ่น

 

“ถ้าคุณอยากทำศัลยกรรมหรือไม่ชอบใบหน้าตัวเอง คุณควรปรึกษาให้ถูกคนด้วย พ่อแม่และครูไม่เคยเข้าใจเหตุผลใดๆ เลย

ฉันเคยปรึกษาครูพยาบาลเกี่ยวกับปัญหาของฉันเอง เขาบอกฉันว่า ‘ยังมีคนอีกมากที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แม้จะไม่ได้ดูน่ารักก็ตาม’ มันยากมากที่ตระหนักได้ว่าไม่มีใครเข้าใจคุณเลย”

 

 

ตั้งแต่ที่มิกิชิแชร์ภาพความเปลี่ยนแปลงของเธอให้กับโลกทวิตเตอร์ เธอก็ได้รับข้อความส่งตรงมาขอคำปรึกษามากมายย ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวเองหรือแฟนที่เจอปัญหาแบบเดียวกัน

และการมีอยู่ของบริษัท Popelka หญิงสาววัย 25 ปีคนนี้หวังว่าจะสังคมจะยอมรับการทำศัลยกรรมให้เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่ต้องการมันจริงๆ และยินดีให้คำปรึกษากับทุกคนที่อยากจะเปลี่ยนตัวเองผ่านมีดหมอเหล่านี้

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวเลเซอร์

ที่มา: @Qpr_7, yahoo

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments