วิจัยพบ ชาวมองโกลในอดีต ใช้ “ข้าวฟ่าง” ช่วยกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในอาณาจักร


เมื่อเรากล่าวถึงชาวมองโกลในอดีต สิ่งแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คงจะไม่พ้นนักรบบนหลังม้าสุดแกร่ง ที่ออกพิชิตทวีปจนกลายเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนเป็นสิ่งแรก ถึงอย่างนั้นก็ตามในความเป็นจริงแล้วอาณาจักรมองโกลนั้น แท้จริงแล้วอาจจะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มากก็เป็นได้

นั่นเพราะเมื่อล่าสุดนี้เองทีมผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันมักซ์พลังค์ในเยอรมนี ได้ทำการศึกษาโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของชาวมองโกลในอดีต และพบว่าพวกเขามีระบบเศรษฐกิจอันน่าสนใจ ที่ทำให้การขยายอาณาเขตอย่างรวดเร็วของพวกเขาเป็นไปได้อย่างราบรื่นด้วยดีเสมอมา

 

 

อ้างอิงจากทีมวิจัย ในอดีตเราเคยคิดว่าระบบเศรษฐกิจของชาวมองโกเลีย พัฒนาขึ้นโดยไม่ต้องทำการเกษตรหรือเก็บเมล็ดพืชมากนัก กลับกันพวกเขาจะเลี้ยงหรือล่าสัตว์เป็นหลัก และอาศัยการชิงทรัพยากรอื่นๆ จากการปล้นสะดม

“อาณาจักรในอดีตของมองโกเลีย มักถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนเถื่อนหัวรุนแรงขี่ม้า ซึ่งไม่ใช่กลุ่มคนเราจะคิดถึง เวลาเรานึกถึงสิ่งที่จะประกอบขึ้นมาเป็น ‘อาณาจักร’ เลย” คุณ Shevan Wilkin นักเขียนหลักของงานวิจัยระบุ

 

 

การใช้ชีวิตของพวกเขาอาจจะเป็นแบบนี้จริงๆ ในช่วงก่อนยุครุ่งเรืองของมองโกล แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทำการตรวจสอบโครงกระดูกของชาวมองโกลในยุคที่เริ่มขยายอาณาจักร พวกเขากลับพบว่าคนเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอาหารการกินไปอย่างเห็นได้ชัด

โดยในบรรดาอาหารที่พวกเขาทานได้มีพืชเมล็ดอย่างข้าวฟ่างเพิ่มขึ้นมาด้วย

 

 

นั่นหมายความว่า แทนที่ชาวมองโกลทำอาชีพเพียงแค่เลี้ยงสัตว์ตามรูปแบบเผ่าเร่ร่อนทั่วไปเพียงอย่างเดียว ตามที่เราเคยคิด พวกเขากลับมีการนำเข้า และปลูกข้าวฟ่างด้วย

ซึ่งนี่ก็จัดว่าเป็นหลักฐานอย่างดีเลยว่าในช่วงเวลานี้ ชาวมองโกลได้มีใช้พื้นที่ที่พวกเขาได้มาจากการขยายอาณาเขตทั้งในการเลี้ยงสัตว์ตามปกติ และในการทำไร่ เพื่อช่วยกันรักษาปริมาณอาหารของอาณาจักรไม่ให้ร่อยหรอลงไป และเพิ่มประเภทงานเป็นการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจไปในตัว

“แทนที่จะใช้เพียงฝูงม้าทำทุกอย่าง จักรวรรดินี้คงอยู่ด้วยผู้คนที่ประกอบอาชีพทั้งการเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลยุทธ์การประกอบอาชีพที่หลากหลาย กระจายความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี” คุณ Shevan Wilkin อธิบาย

 

 

นี่ถือว่าเป็นอีกงานวิจัยถึงของชาวมองโกลในอดีต ที่น่าสนใจเอามากๆ เพราะที่ผ่านๆ มากลุ่มนักรบกลุ่มนี้ มักจะถูกสนใจแต่ในด้านสงคราม จนทำให้ความรู้ด้านอื่นๆ ของพวกเขา (อย่างเช่นด้านเศรษฐกิจ) ไม่ค่อยจะเป็นที่กล่าวถึงมากนัก

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว การศึกษาอาณาจักรที่เคยกินพื้นที่ใหญ่โตขนาดนี้ในอดีต ล้วนแต่จะเป็นบันไดขั้นสำคัญ ในการทำความเข้าใจกระบวนการทางวัฒนธรรม ที่ทำให้มนุษย์เรามีรูปแบบสังคมแบบในปัจจุบันแท้ๆ

 

ที่มา foxnews, nature และ cosmosmagazine

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments