จากคลิปวิดีโอที่โลกโซเชียลให้ความสนใจเมื่อวานนี้ กับกรณีที่ยูทูบเบอร์ทำการทดลองทางสังคม เมื่อผู้หญิงผอมและผู้หญิงอ้วนไปขอกอดคนแปลกหน้า

 

คลิปวิดีโอที่เป็นประเด็น

 

จากประเด็นดังกล่าวก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการของแนวทางการทำคอนเทนต์ ที่มีการเหยียดรูปร่างหน้าตา หรือแสดงความเห็นใจผู้หญิงที่อยู่ในคลิป

แต่จากคลิปดังกล่าวก็มีคนเอะใจถึงผู้หญิงที่ชื่อว่า “หม่อมลูกปลา” เธอเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงต้องเรียกว่าหม่อม

พอไปสืบข้อมูลมาก็พบว่าจริงๆ แล้วเธอเคยเป็นหม่อมจริงๆ แถมยังเคยได้นับสมญานามว่า “ซินเดอเรลล่าเมืองไทย” อีกด้วย

 

และในบทความนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวนั้นให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ…

 

ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ นางโชติกา ขวัญฐิติ หรือมีชื่อเดิมว่า นิภาพร รอดอ่อน เดิมทีนั้นคุณหม่อมลูกปลาเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกคุณแม่คลอดแล้วทิ้งไป เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2515

จนกระทั่งหม่อมเจ้าหญิงรังษี นภดล ยุคล เจ้าน้องในหม่อมเจ้าฐิติพันธ์ุ ยุคล หรือท่านกบ มาพบและทราบเรื่องราว จึงเอ็นดูและรับตัวเข้าไปอุปการะที่วังอังศวิน ในฐานะของเด็กรับใช้ โดยตั้งชื่อเล่นให้ว่าลูกปลา

 

หม่อมลูกปลาในอดีต

 

จนกระทั่งเติบโตมาเป็นสาว หม่อมลูกปลาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลบุตรทั้งสามของท่านกบ ด้วยความที่เป็นเด็กฉลาด และรู้ใจท่านกบไปเสียทุกอย่าง ท่านกบจึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ชลาศัย ขวัญฐิติ

ซึ่งนามสกุลนี้นำมาจากสองคำในพระนามของท่านกบคือ “ฐิติ” มารวมกับคำว่า “ขวัญ” แปลได้ว่า “ที่รักของฐิติพันธุ์” และ ตกมาเป็นภรรยาลับๆ ของท่านกบตั้งแต่อายุได้ 12 ปี

ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 หม่อมลูกปลา (อายุ 22 ปี) ก็ได้เสกสมรสกับท่านกบ และกลายมาเป็นที่รู้จักโดยทั่วของสังคม เปรียบเสมือนการพลิกชีวิต จนสื่อต่างๆ ตั้งสมญานามให้ว่าเป็น “ซินเดอเรลล่าเมืองไทย”

 

ท่านกบ และหม่อมลูกปลาในอดีต

 

หม่อมลูกปลากล่าวถึงการแต่งงานในครั้งนั้นว่า “ท่านกบต้องการเอาชนะตน (หม่อมลูกปลา) โดยไม่อยากให้ตนหนีเที่ยวอีก ส่วนตัวเองก็บอกว่าเพื่อเป็นการเอาชนะหม่อมคนอื่นๆ ที่คอยว่าและดูถูก ซึ่งการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักเลยแม้แต่น้อย”

“ซึ่งหม่อมลูกปลาเองก็มีคนรักอยู่แล้ว ทำอาชีพเป็นพ่อค้าขายเกาลัดอยู่ที่เยาวราช ในระหว่างนั้นก็มีการหนีออกจากวังมาพบกันอยู่บ่อยครั้ง”

และแล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2538 หม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ หรือท่านกบ ถึงแก่ชีพิตักษัย (เสียชีวิต) อย่างกะทันหัน โดยที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเกิดจากการถูกวางยาพิษ และผู้ต้องสงสัยคนแรกก็คือ หม่อมลูกปลานั่นเอง

โดยเป็นการผสมยาฆ่าแมลงกลุ่มคาร์บอเนท เอาไว้ในถ้วยกาแฟของท่านกบ ซึ่งในวันเกิดเหตุทราบว่า มีหม่อมลูกปลาคนเดียวที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ แต่ปฏิเสธว่าไม่มีการรู้เห็นในเรื่องนี้

ก่อนจะสืบสาวราวเรื่องไปเรื่อยๆ ก็พบว่าในคืนก่อนเกิดเหตุ แฟนหนุ่มที่เป็นพ่อค้าขายเกาลัด ได้แอบเข้ามาในบ้านของท่านกบในยามวิกาลด้วย และโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนำตัวไปสอบสวน

 

หม่อมลูกปลาตอนติดคุก

 

ทั้งสองคนตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก ในระหว่างที่มีการสืบสวนคดี หม่อมลูกปลาและแฟนหนุ่มได้ขอยื่นประกันตัว เป็นเงินสดจำนวน 400,000 บาท จากนั้นก็ย้ายไปอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่กับแฟนหนุ่มที่โดนคดีด้วยกัน 2 คน

ต่อมาในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาจำเลย (หม่อมปลา) ในข้อหากระทำความผิดโดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ถูกพิพากษาจำคุก 9 ปี ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพเลยให้ลดโทษเหลือ 1 ใน 3 ก็คือเหลือจำคุก 6 ปี

ต่อมาได้มีการยื่นอุทธรณ์ไปที่ศาลอุทธรณ์ ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง

จนมาถึงที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลสูงสุด ได้พิพากษาในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ได้พิพากษากลับให้จำคุก ฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย ต้องรับโทษจำคุก 7 ปี แต่การยอมรับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 4 ปี 8 เดือน

 

ในปัจจุบันหม่อมปลา รับโทษจนครบกำหนดแล้ว และได้ออกมาใช้ชีวิตมีครอบครัว มีสามีใหม่ จนกระทั่งมาโผล่ในคลิปวิดีโอที่กลายเป็นประเด็นนี้เอง

 

ภาพปัจจุบัน

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : wikipedia, tvpool, thairath

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...