ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เหล่าชายหนุ่มในประเทศทางยุโรปจะมีลักษณะเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์กันอยู่ นั่นคือไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนคุณก็จะสามารถพบกับชายหนุ่มไว้หนวดยาวที่แต่งมาอย่างงดงามได้ไม่ยากจนถึงขนาดที่ว่าในสมัยนั้นมีคำกล่าวว่า

“ริมฝีปากที่ไม่มีหนวดก็เหมือนร่างกายที่ไม่มีเสื้อผ้า”

 

Guy de Maupassant นักเขียนชาวฝรั่งเศส เจ้าของคำพูดด้านบน

 

และด้วยความนิยมในการไว้หนวดแบบนี้เอง จึงทำให้เรื่องที่ดูเหมือนง่ายๆ อย่างการดื่มชาในอดีต สำหรับหลายๆ คนแล้วกลายเป็นอะไรที่ทำได้ยากกว่าที่คิด นั่นเพราะความร้อนของชาจะทำให้ขี้ผึ้งที่ทาไว้บนหนวดละลาย และทำลายความงามของหนวดที่อุตส่าห์แต่งมา

ด้วยเหตุนี้เองในช่วงยุค 1860 คนในสมัยก่อนจึงได้ออกแบบ “ถ้วยชา” แบบใหม่มาเพื่อแก้ปัญหาความงามของหนวดขึ้น เกิดเป็นอุปกรณ์อย่าง “Moustache Cup” หรือ “ถ้วยหนวด” อุปกรณ์สุดสร้างสรรค์ที่จะทำให้คุณดื่มชาได้โดยไม่ทำให้หนวดแสนรักพัง

 

 

Moustache Cup เชื่อกันว่าถูกคิดค้นขึ้นมาโดยช่างปั้นชาวอังกฤษชื่อ Harvey Adams ผู้ที่ในเวลานั้นได้ตัดสินใจทดลองติดชิ้นส่วนรูปร่างคล้ายผีเสื้อลงไปบนปากถ้วยชา โดยมีการเจาะช่องว่างไว้ให้ชาไหลผ่านได้แต่ก็ไม่ใหญ่มากพอที่จะเปื้อนหนวด

ผลงานของเขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเวลานั้น จนทำให้คุณ Harvey สามารถขายแก้วดังกล่าวในปริมาณมาก Moustache Cup ถูกนำไปใช้งานไม่เพียงแต่ในอังกฤษ แต่ยังนิยมไปถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรป หรือแม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกา

 

 

ความนิยมเหล่านี้ ทำให้ถ้วยสำหรับคนมีหนวดถูกผลิตขึ้นมามากมายหลากหลายรูปร่างและขนาด จะบอกว่าในเวลานั้นเป็นยุคทองของ Moustache Cup เลย มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดนัก

 

 

แต่ก็เช่นเดียวกับยุคทองอื่นๆ ในโลก ช่วงเวลาของถ้วยแปลกๆ เหล่านี้ในท้ายที่สุดก็ต้องจบลงอยู่ดี นั่นเพราะในตอนที่โลกเข้าสู่สงครามโลกโลกครั้งแรก กองทัพของอังกฤษและประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็ต้องพบกับการต่อสู้อันยาวนานอย่างที่ไม่เคยมีมาในหลุมเพาะ

ในเวลาแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทหารจะไม่มีเวลามาดูแลหนวดมากนัก ซึ่งนำไปสู่ปัญหาด้านความสะอาด แถมในบางครั้งหนวดเคราที่หนาเกินไปก็ทำให้ทหารใส่หน้ากากกันก๊าซพิษได้ยากขึ้นด้วย

 

 

ดังนั้น ในช่วงเวลาเดียวกับที่ทหารเริ่มจะตัดสินใจโกนหนวดโกนเคราของตัวเอง Moustache Cup ก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมตามลงไปด้วย และในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเปลี่ยนไปรับใช้กองทัพเช่นนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ถ้วยหนวดจะเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงหลักฐานการมีตัวต้นอยู่ของมันในพิพิธภัณฑ์ และในฐานะเครื่องใช้หายาก

 

 

ที่มา atlasobscura และ vintag

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์