ชม “Moustache spoon” อุปกรณ์ทานอาหารในอดีต ออกแบบมาเพื่อป้องกันหนวดเสียทรง


เป็นเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ว่าตลอดช่วงยุควิกตอเรีย เหล่าชายหนุ่มจะนิยมไว้หนวดเครายาว และใช้ขี้ผึ้งในการรักษารูปร่างอันสวยงามของมัน

 

 

ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่ที่คนในสมัยนั้น จะค่อนข้างมีปัญหากับการทานของร้อนๆ ซึ่งจะสามารถละลายขี้ผึ้งและทำลายรูปร่างของหนวดได้ คนในสมัยนั้น ประเทศอังกฤษถึงกับต้องมีการคิดค้นถ้วยชาสำหรับคนมีหนวดเพื่อแก้ไขปัญหาการดื่มชาและหนวดเสียทรงเลย

(อ่านเรื่องราวของถ้วยชานี้ได้ที่ ชม “Moustache Cup” ถ้วยชาสุดแปลกในอดีต ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันหนวดระหว่างดื่มชา)

แต่การดื่มชานั้นก็ไม่ใช่ของร้อนเพียงอย่างเดียวที่คนไว้หนวดต้องเผชิญ เพราะบนโต๊ะอาหารเอง เหล่าชายหนุ่มหนวดงามก็ต้องพบกับปัญหาในรูปแบบใกล้เคียงกันนี้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อที่จะแก้ปัญหารบกวนหนวดแสนรัก คนในสมัยนั้นจึงคิดค้น “ช้อนสำหรับคนมีหนวด” หรือ “Moustache spoon” ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้เสียเลย

 

.

 

นี่เป็นอุปกรณ์การทานอาหารซึ่งเชื่อกันว่าถูกออกแบบขึ้นมาโดยคุณ Solon Ferrer นักออกแบบชาวนิวยอร์กเมื่อปี 1868 โดยช้อนดังกล่าวถูกออกแบบมาให้มีชิ้นส่วนป้องกันหนวดที่มีการเจาะรูให้ของเหลวผ่านได้คล้ายแบบที่อยู่บนถ้วยชาสำหรับคนมีหนวด เพื่อที่จะให้ผู้ใช้ทานของอย่างซุปได้โดยไม่ต้องกลัวหนวดเสียทรง

 

หนึ่งในสิทธิบัตรชิ้นแรกๆ ของช้อนสำหรับคนมีหนวด

.

 

นี่อาจจะเป็นอะไรที่แลดูไร้สาระสำหรับหลายๆ คนแต่ในสมัยยุควิกตอเรียช้อนแบบนี้ก็นับว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนถึงกับได้ชื่อว่า “ช้อนมารยาท” และมีดัดแปลงช้อนดังกล่าวให้มีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแบบสำหรับคนถนัดซ้าย หรือแบบที่ตัวที่กั้นของเหลวสามารถถอดออกได้

 

 

ความนิยมในจุดนี้เองทำให้มีบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อผลิตช้อนมารยาทโดยเฉพาะปรากฏขึ้นมากมายทั่วพื้นที่ประเทศอังกฤษและอเมริกาตลอดช่วงศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ไม่ว่าจะเป็นบริษัท Reed & Barton ของอเมริกา และบริษัท John Round and Son, Ltd ของสหรัฐฯ ซึ่งมีการออกช้อนดังกล่าวเป็นของขวัญใส่กล่องผ้าแดงอย่างดี

 

.

 

น่าเสียดายที่เช่นเดียวกับถ้วยชาสำหรับคนมีหนวด ตัวช้อนเหล่านี้เองก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งทหารยุ่งเกินกว่าที่จะมีเวลามาดูแลหนวดเคราได้ และเรื่องราวของช้อนเหล่านี้ก็เหลืออยู่เพียงแค่ในฐานะของสะสม และวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑ์

 

 

ที่มา vintag

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments