นี่คือเรื่องราวชีวิตของอดีตแพทย์หญิงชาวพม่า หลังจากที่เธอถูกเพิกถอนใบวิชาชีพ เพราะโพสต์ภาพสวมชุดบิกินี่ลงโลกโซเชียล จนปัจจุบันเธอผันตัวมาขายภาพหวิวในโลกออนไลน์

เธอมีชื่อว่า Nang Mwe San หญิงสาววัย 30 ปี ซึ่งตอนนี้เธอได้กลายเป็นขวัญใจของหนุ่มๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่มีเสน่ห์ดึงดูด ทั้งรูปร่างและใบหน้า

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เธออายุ 20 ตอนนั้นเธอเรียนจบและได้เริ่มเข้าสู่การเป็นแพทย์อย่างเต็มตัว คอยช่วยเหลือผู้คนอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองย่างกุ้ง

เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า การเป็นแพทย์นั้นคือสิ่งที่ครอบครัวของเธอหวังอยากจะให้เธอเป็น ทว่าลึกๆ ในใจของเธอแล้ว อาชีพในฝันจริงๆ ของตัวเธอเองก็คือการเป็นนางแบบ

 

เมื่อเวลาผ่านไป เธอจึงเริ่มที่จะโพสต์ภาพลงโลกโซเชียล

.

 

หลังจากที่เธอทำงานคอยช่วยเหลือผู้ป่วยมานานหลายปี Nang Mwe San ก็ได้ตัดสินใจที่จะเริ่มโพสต์ภาพแนวเซ็กซี่ สวมชุดบิกินี่ ลงบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ

ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มเข้ามากดติดตาม พอได้รับความนิยมก็เริ่มมีคนติดต่องานมาให้เธอไปถ่ายแบบ

 

 

จนกระทั่งเมื่อปีก่อน (2019) จู่ๆ เธอก็ได้รับคำเตือนจาก ‘แพทยสภาพม่า’ บอกให้เธอลบรูปถ่ายทูพีซของเธอในโลกโซเชียล ด้วยเหตุผลที่ว่ามันขัดต่อศีลธรรมและจารีตประเพณี

Nang Mwe San เห็นต่างกับความคิดนั้น เลือกที่จะเมินเฉยต่อคำเตือนของแพทยสภา และนั่นก็เป็นเหตุที่ทำให้เธอถูกเพิกถอนใบวิชาชีพ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือน

ในตอนนั้นเธอตัดสินใจยื่นฟ้องแพทยสภา เนื่องจากเธอมองว่าตนเองถูกเพิกถอนใบวิชาชีพไปอย่างไม่สมเหตุสมผล…

“ฉันไม่ได้แต่งตัวแบบนี้ตอนรักษาคนไข้ ฉันคิดว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาก้าวก่ายความเป็นอิสระส่วนตัวของฉันได้”

 

 

ช่วงเวลานั้นเธอตัดสินใจยื่นฟ้องไปด้วยความหวังที่อยากจะกลับไปทำงานแพทย์ดังเดิม แต่พอเวลาผ่านไป เธอก็เลิกหวังที่จะกลับไปสู่เส้นทางเก่า และเลือกเดินทางไปตามสายอาชีพในฝันอย่างเต็มตัว

ปัจจุบันเธอกลายเป็นนางแบบสายเซ็กซี่ที่มียอดติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 437,000 คน และเมื่อเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา เธอก็เพิ่งเปิดบัญชี ‘แฟนคลับเท่านั้น’ (Only….) เพื่อขายภาพหวิวในโลกออนไลน์อีกด้วย

ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังดีใจที่ครั้งหนึ่งเคยได้ทำงานเป็นแพทย์คอยช่วยเหลือผู้อื่นอยู่นานหลายปี

 

.

 

เพื่อนๆ สามารถเข้าไปติดตามเธอกันได้ที่อินสตาแกรม nangmwesan

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

ที่มา: NewYorkPost , StraitsTimes , NewsHub , IndiaTimes

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...