ขอบอกไว้ก่อนว่าภาพที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้ ไม่ใช่โมเดลที่ทำมาจากพลาสติก หรือเป็นฟิกเกอร์ แต่เป็น “หิน” ที่ได้รับการแกะสลักโดยศิลปินชาวรัสเซียผู้มากความสามารถ!!

ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับนาย Alexei Antonov ประติมากรแห่งยุค 2020 ผู้ที่สามารถเปลี่ยนหินธรรมดาให้กลายมาเป็นผลงานศิลปะสุดเจ๋ง ราวกับว่ามีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ

 

 

เดิมทีแล้วช่างแกะสลักหินทั้งหลายจะสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง แต่ทว่านั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว แต่ผลงานของเขาจะใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่มีในยุคปัจจุบัน

ทั้งเครื่องตัดหิน เครื่องเจียระไนหิน การออกแบบสามมิติผ่านคอมพิวเตอร์ ทำให้รูปปั้นหินของเขาที่ได้มานั้นมีความสมจริง และรายละเอียดที่สวยงามแบบสุดๆ

 

 

ต้องขอบอกก่อนว่าเดิมทีแล้วการเป็นประติมากรแกะสลักหินได้นั้นไม่ใช่ว่าต้องมีฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับหินแต่ละชนิดเป็นอย่างดีด้วย

เช่นฟลูออไรต์ จะมีลักษณะเป็นฟองน้ำสีขาวอยู่ด้านใน สามารถเอามันมาแกะเป็นคลื่นทะเล เป็นต้น

 

 

และนาย Alexei สามารถใช้หินที่แตกต่างกันกว่าหลายร้อยชนิดมาใช้ในการแกะสชลักได้ ทำให้ผลงานในยุคปัจจุบันของเขานั้นมีความหลากหลายมากยิ่งกว่าเดิม

ขั้นตอนการแกะสลักนั้นจะเริ่มต้นจากการออกแบบที่ต้องการ โดยใช้เครื่องออกแบบสามมิติสร้างรูปจำลองออกมาก่อน โดยหล่อขึ้นมาด้วยพลาสติก

 

 

จากนั้นก็แยกแต่ละส่วนออกมาเพื่อให้สามารถเอามาดู และศึกษาเป็นตัวอย่างได้ง่ายขึ้น ก่อนที่จะลงมือไปแกะสลักหินจริงๆ

ในขั้นตอนการสลักหินนั้นยังคงต้องทำด้วยมืออยู่ และนาย Alexey ก็จะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง เขาบอกว่า “หินนั้นเต็มไปด้วยความลับ และมันสามารถทำแกะสลักให้ออกมามีลวดลายตามที่เราต้องการ แม้กระทั่งทำให้มันแสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ ของมนุษย์ออกมาได้อย่างสมจริง”

 

 

งานของนาย Alexey จะใช้เวลาในการแกะต่อชิ้นเป็นเวลานาน 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดของผลงาน แต่ละชิ้นอาจจะมีขนาดความสูง 23 เซนติเมตร บางงานก็มีความสูง 30 เซนติเมตร บางงานก็สูง 1 เมตร มีน้ำหนักมากถึง 100-150 กิโลกรัมเลยทีเดียว

 

 

ส่วนราคาไม่ต้องพูดถึง ขนาดเล็ก (สูง 23 ซม.) จะมีราคาอยู่ที่ชิ้นละ 20,000 เหรียญสหรัฐ (626,000 บาท) ขนาดกลาง (สูง 30 ซม.) ราคา 100,000 เหรียญฯ (3.1 ล้านบาท) และขนาดใหญ่ (สูง 1 เมตร) ราคา 1 ล้านเหรียญฯ ขึ้นไป (33 ล้านบาท)

โดยเขาการันตีว่า ผลงานของเขาหากซื้อไปแล้วจะคุ้มค่าแน่นอน เพราะมันสามารถเก็บเอาไว้ได้นานถึง 200 ปี!!

 

.

.

.

.

.

 

ใครสนใจก็ลองเข้าไปชมเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ stone-crafting ได้เลย!!

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : stone-crafting, odditycentral

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...