นักวิจัยทดลองสร้างอุปกรณ์พรางความร้อน ตบตากล้องอินฟาเรดได้ ราวหลุดมาจากในหนัง


สำหรับคนที่เคยเห็นการทำงานของกล้องจับความร้อนมา หลายๆ คนอาจจะทราบกันดีว่าเราไม่สามารถหลบจากกล้องนี้ได้เลย ต่อให้ใส่ชุดสีดำ และทาผิวสีดำก็ตาม ซึ่งทำให้กล้องดังกล่าวนี้ กลายเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมอย่างมาก ในการสังเกตการณ์สิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะในที่มืด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความสามารถของเจ้ากล้องจับความร้อนเหล่านี้ก็อาจจะถูกท้าทายโดยนักวิทยาศาสตร์เข้าเสียแล้ว เพราะเมื่อล่าสุดนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซานดิเอโกได้ทำการสร้างอุปกรณ์พรางความร้อนชนิดใหม่ ซึ่งจะสามารถซ่อนตัวมันเองได้แบบกลืนไปกับฉากหลังเลย

 

 

อ้างอิงจากทีมนักวิจัย ตามปกติแล้วกล้องจับความร้อน จะทำงานโดยการจับ รังสีอินฟราเรดที่มองไม่เห็นซึ่งร่างกายของสิ่งมีชีวิตปล่อยออกมา ซึ่งทำให้มันทำงานได้ดีเป็นพิเศษในที่มืดหรือตอนกลางคืนเนื่องจากสภาพแวดล้อมโดยรอบเย็นกว่าร่างกายสิ่งมีชีวิตที่เป็นเป้าหมาย และทำงานได้แย่ลงในตอนกลางวัน

นั่นทำให้นักวิจัยสังเกตเห็นจุดอ่อนสำคัญของกล้องจับความร้อนเข้า ซึ่งก็คือมันจะไม่สามารถจับเป้าหมายได้เลยหากเป้าหมายมีอุณหภูมิเท่ากับสภาพแวดล้อมรอบๆ และเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการทำอุปกรณ์พรางความร้อน ซึ่งจะสามารถปรับอุณหภูมิของตัวเองอย่างรวดเร็วตามสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ใช้งาน

 

 

อุปกรณ์พรางความร้อนที่ถูกสร้างขึ้นมาในครั้งนี้ ในปัจจุบันถูกทำขึ้นมาในรูปแบบของสายรัดข้อมือที่ทำจากวัสดุเปลี่ยนสถานะ (Phase-change material) รูปร่างคล้ายขี้ผึ้งที่จะสามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิจาก 10 องศา ไปเป็น 38 องศาได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ในขณะที่ส่วนที่สัมผัสกับผิวหนังยังมีอุณหภูมิเท่าเดิม

จากที่ในวิดีโอการทดลองใช้งาน อุปกรณ์ชิ้นนี้จะสามารถซ่อนสวนที่สวมใส่จากกล้องได้ แม้กล้องจับความร้อนจะมีการเปลี่ยนโหมดไปมาหลายโหมด ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าทึ่งเอามากๆ และอาจสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกมากมายเลยด้วย

 

วิดีโอการทดลองใช้งานอุปกรณ์พรางความร้อน

 

น่าเสียดายที่ในปัจจุบันอุปกรณ์ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในครั้งนี้ จะยังเป็นเพียงอุปกรณ์ในขั้นต้นแบบเท่านั้น และเราก็ยังไม่อาจทราบได้ว่ามันจะสามารถนำไปใช้งานจริงๆ ได้ไหม

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามทางทีมวิจัยก็วางแผนไว้ว่าหากการทดลองชิ้นนี้เป็นไปได้ด้วยดี พวกเขาจะปรับปรุงอุปกรณ์ดังกล่าวให้สามารถคลุมร่างของมนุษย์ได้ทั้งร่าง เช่นการทำเสื้อที่หลบกล้องตรวจความร้อนแต่มีน้ำหนักเบาต่อไป

ส่วนเรื่องที่ว่าหากอุปกรณ์ดังกล่าวถูกวางขายจริงๆ ใครจะเป็นคนที่ซื้อมันไป และพวกเขาจะซื้อมันไปทำอะไรนั้น ในปัจจุบันเราก็คงจะได้แต่จินตนาการกันไปก่อนเท่านั้น

 

ที่มา gizmodo, ucsd

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments