พบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ในเคนยา เป็นญาติของ “ช้างกับพะยูน” และมีเสียงร้อง “เหมือนถูกบีบคอ”


ลึกเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Taita Hills ในประเทศเคนยา ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ได้ทำการค้นพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสายพันธุ์ใหม่ชนิดหนึ่ง ซึ่งแม้จะตัวเล็กแต่กลับเป็นญาติห่างๆ ของ “ช้าง” เสียอย่างนั้น

 

 

เจ้าสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่ว่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของสัตว์สายพันธุ์สุดแปลกอย่าง “ไฮแรกซ์ต้นไม้” (Tree hyraxes)

โดยมันเป็นสัตว์หากินกลางคืนที่แม้จะมีลักษณะคล้ายหนู หมู หรือไม่ก็กระต่าย แต่กลับเป็นญาติห่างๆ ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยขนมขนาดใหญ่อย่างช้าง และพะยูนแทน

 

 

อ้างอิงจากงานวิจัยในวารสาร Diversity ที่ผ่านๆ มาด้วยความที่ลักษณะการใช้ชีวิตของไฮแรกซ์ต้นไม้ การตรวจสอบวิถีชีวิตของมันจึงทำได้ค่อนข้างยาก

แต่ถึงอย่างนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถจำแนกไฮแรกซ์ต้นไม้ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

1. ไฮแรกซ์ต้นไม้ตอนใต้ (Dendrohyrax arboreus)

2. ไฮแรกซ์ต้นไม้ตะวันตก (Dendrohyrax dorsalis)

3. ไฮแรกซ์ต้นไม้ตะวันออก (Dendrohyrax validus)

 

 

ปัญหาคือในงานวิจัยใหม่นี้ นักวิทยาศาสตร์ได้มีโอกาสได้เก็บข้อมูลสำคัญหลายอย่างของ ไฮแรกซ์ต้นไม้ใน Taita Hills โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเสียงร้อง และพบว่า

เสียงของมันนั้น ไม่เหมือนกับที่เราเคยพบมาก่อนในที่อื่นๆ ของโลกเลย

 

เสียงร้องของไฮแรกซ์ต้นไม้ใน Taita Hills

 

นั่นเพราะแม้ตามปกติเสียงของไฮแรกซ์ต้นไม้ จะมีความดังได้ถึง 100 เดซิเบล แถมพวกมันยังสามารถร้องอย่างต่อเนื่องได้นานถึง 12 นาทีราวกับเป็นเพลงอยู่แล้ว

แต่เสียงร้องของไฮแรกซ์ต้นไม้ที่นี่กลับมีความแปลกจนนักวิทยาศาสตร์ต้องระบุว่า เสียงของมันนั้นราว “ถูกบีบคอ”เลย

 

เสียง “ร้องเพลง” ของไฮแรกซ์ต้นไม้

 

ซึ่งด้วยลักษณะที่ไม่เหมือนใครนี้เอง ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ชื่อว่าไฮแรกซ์ต้นไม้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Taita Hills นั้น น่าจะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น ไฮแรกซ์ต้นไม้พันธุ์ใหม่จากที่เราเคยผมมานั่นเอง

“ไฮแรกซ์ต้นไม้นั้น ถือเป็นสัตว์ที่ทางวิทยาศาสตร์ยังแทบไม่เคยรู้จักมาก่อน” คุณ Hanna Rosti นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิระบุ

 

 

“แต่ไฮแรกซ์ต้นไม้เหล่านี้ก็อาศัยอยู่ในป่าเล็กๆ แค่สองแห่งซึ่งมีขนาดเพียงสามตารางกิโลเมตร”

“นั่นหมายความว่า การอนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้ ซึ่งรวมถึงการเรียนรู้พวกมันในทางวิทยาศาสตร์นั้น เป็นเรื่องที่เราต้องรีบเร่งทำอย่างมากเลย”

 

ที่มา sci-news, forbes และ iflscience

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments