เคยได้ยินเรื่องราวของเมืองที่ชื่อว่า “โนรีลส์ก”  (Norilsk) ไหม? นี่คือ เมืองในแคว้นไซบีเรียที่มีอุณหภูมิของเมืองที่ต่ำได้ถึง -50 องศา มีมลพิษสูง แถมยังอยู่ห่างไกลแบบสุดๆ จนเพิ่งมีอินเทอร์เน็ตใช้เมื่อปี 2017 เท่านั้น

ทำให้มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่เมืองแห่งนี้ จะได้ชื่อว่าเป็น “เมืองที่ตั้งอยู่ที่สุดขอบโลก”

เมืองโนรีลส์กเดิมทีแล้วก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1920 โดยเหล่านักโทษ และในเวลาต่อมาได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมเหมืองและการหลอมเหล็ก ทำให้มลพิษในเมืองพุ่งสูงลิบเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

 

ภาพ “ขอบฟ้า” ของเมือง

 

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตาม เมืองโนรีลส์กกลับมีประชาชนอาศัยอยู่มากมายถึง 177,000 คน ด้วยความช่วยเหลือของอุตสาหกรรมที่ทำมลพิษให้เมืองเอง

และแม้จะไม่น่าเชื่อนักแต่เมืองแห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นจุดหมายสำคัญที่ช่างภาพหลายๆ คนอาจจะเข้าไปสัมผัสสักครั้ง จนทำให้เกิดภาพถ่ายที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก เหมือนกับภาพถ่ายที่เรากำลังจะไปชมกัน เหล่านี้

 

เรามาเริ่มกันจาก บรรยากาศใกล้ๆ โรงงานที่มีการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ร่วมแล้วราวๆ 2.8 ล้านตันต่อปี

 

บรรยากาศในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง

 

ภายในโรงงานทองแดง

 

โรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับนิกเกิล

 

ฉากควันและน้ำแข็งที่เห็นได้บ่อยๆ ในเมือง

 

หนึ่งในอาการที่พบได้ในเมือง

 

อ้างอิงจากสำนักข่าวต่างประเทศ เมืองแห่งนี้มีหิมะตกราวๆ 270 วันต่อปี

 

แม้แต่วันที่ค่อนข้างอุ่นอุณหภูมิก็ไม่เกิน 15-16 องศาเซลเซียสมากนัก

 

แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ออกมาเล่นน้ำกัน

 

หิมะถนนและควัน

 

แม่น้ำที่กลายเป็นสีแดงเพราะสนิมที่ไหลมาจากโรงงานในปี 2016

 

ที่นี่เย็นแค่ไหนดูในภาพได้

 

ผู้คนในดงหิมะ

 

ภูมิทัศน์ของทุ่งทุนดรานอกเมือง

 

เตาหลอมโลหะในโนรีลส์ก

 

อาคารอพาร์ตเมนต์จากยุคโซเวียตในเมือง บ้างก็ยังมีคนอาศัย บ้างก็ถูกทิ้งร้างไปแล้ว

 

สถานที่รำลึกถึงนักโทษแห่งกูลัก กลุ่มนักโทษที่ทำให้เกิดเมืองแห่งนี้

 

บรรยากาศอาคารและถนนในเมือง

 

ด้วยความที่อยู่เหนืออาร์กติกเซอร์เคิล บางครั้งเมืองนี้ก็อาจจะตกอยู่ในความมืดยาวนานกว่า 2 เดือนได้

 

หมีขั้วโลกที่หลุดเข้ามาในเมืองเมื่อปี 2019 เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในอนาคตจากการที่น้ำแข็งขั้วโลกละลาย

 

และปิดท้ายด้วยบรรยากาศสบายๆ ของคนในเมือง ในช่วงฤดูร้อนอันแสนสั้น ซึ่งปีหนึ่งจะมีเพียงไม่นานนัก…

 

ที่มา allthatsinteresting

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์