ข้อความจากพยาบาลสาวกลายเป็นที่โด่งดัง หลังเธอต้องลาจากลูก ช่วยผู้ป่วยโควิด-19


ด้วยจำนวนผู้ป่วยทั่วโลกที่รวมกันมากกว่า 1,270,000 รายแล้ว ในปัจจุบัน สถานการณ์โรคโควิด-19 ในปัจจุบัน จึงมีสภาพเหมือนกับสนามรบไม่มีผิด เพียงแต่แทนที่จะเป็นทหาร คนที่กำลังอยู่แนวหน้าช่วยเหลือคนป่วยนั้น คือทีมแพทย์และเหล่าพยาบาลก็เท่านั้น

การกระทำของพวกเขานั้น แน่นอนว่าทำให้คนเขานี้ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะติดเชื้อกว่าคนธรรมดามาก ดังนั้นในหลายๆ ครั้ง แพทย์และพยาบาลจึงมักตัดสินใจแยกจากครอบครัวของตัวเองไปชั่วคราว เพื่อป้องกันกรณีที่ตัวเองจะติดเชื้อและแพร่โรคดังกล่าวให้คนที่พวกเขารัก

และในบรรดาคนเหล่านั้น ก็รวมไปถึงนางพยาบาลประจำห้องฉุกเฉินอย่างคุณ Devon Nicole Oechsle ผู้อาศัยอยู่ในเท็กซัสด้วย

 

 

โดยเธอและสามีที่เป็นนักดับเพลิงนั้นได้ตัดสินใจจะพาลูกสาวไปฝากให้เพื่อนที่รู้จักกันเลี้ยงชั่วคราว ก่อนที่จะโพสต์เรื่องราวเหล่านี้ลงบนโลกออนไลน์ทั้งน้ำตา และกลายเป็นกระแสโด่งดังไป ด้วยความบีบคั้นหัวใจของผู้เป็นแม่

 

 

“นี่คือสถานการณ์ของฉันในปัจจุบัน

ฉันกับ Jason (สามีของเธอ) เพิ่งจะพูดคุยกันอย่างยากลำบากเสร็จว่าจะส่ง Ellie (ลูกสาว) ไปอยู่กับ Anita ผู้เป็นเพื่อนที่ดีของฉันในคืนนี้ เป็นเวลาราวๆ เดือนหนึ่ง เธอไม่ลังเลที่จะตกลงรับลูกสาวของเราเลย และ Ellie เองก็รัก ‘คุณ Nita’ ด้วย”

 

 

“นี่คือใบหน้าของคนบางคนที่รู้สึกเหมือนโดนลงโทษจากการพยายามทำตัวเป็น ‘คนดี’ งานของฉันคือ” พยาบาลประจำห้องฉุกเฉิน ซึ่งสำหรับฉันและสามีที่เป็นนักดับเพลิง/แพทย์ แล้วมันก็เป็นแค่งาน มันไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องได้อะไรดีๆ หรือเกียรติใดๆ เลย”

 

“แต่ว่า ในตอนนี้งานของเรากลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก และเป็นงานที่จำต้องทำเป็นไม่เหมือนกับงานอื่นๆ แม้ว่ามันจะเสี่ยงที่จะติดและกลายเป็นผู้แพร่ไวรัสบ้านี่ก็ตาม อย่างฉันเองก็ต้องเผชิญหน้ากับผู้ป่วยโควิด-19 มาแล้ว และสิ่งที่พวกเราไม่อยากให้เกิดมากที่สุดก็คือการที่ Ellie จะต้องเสี่ยงกับความเป็นไปได้ของไวรัสที่เรานำกลับบ้านมา”

 

 

“นั่นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนลงโทษกับการที่ต้องเป็น ‘คนดี’ มาก ฉันต้องแยกจากกับลูกที่ยังอายุแค่ 3 ขวบครึ่ง ฉันไปหาเธอไม่ได้ กอดเธอไม่ได้ ส่งเธอเข้านอนก็ไม่ได้ สิ่งเดียวที่เรามีคือ FaceTime จากนี้ต่อไปอีกเป็นเดือนหรืออาจจะมากกว่านั้น และแน่นอนว่าเพื่อนร่วมงานของฉันอีกมากก็ต้องทำเหมือนกัน

ดังนั้น ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้ในขณะที่ต้องติดอยู่บ้านกับครอบครัว จงคิดเสียว่าตัวเองโชคดีแล้ว”

 

 

“และฉันขอล่ะ ทุกๆ คน จง… อยู่… บ้าน… ยิ่งไอ้การระบาดนี้จบลงเร็วแค่ไหน ลูกของฉันก็จะได้กลับบ้านเร็วเท่านั้น”

 

 

“แก้ไข: ดูเหมือนว่าโพสต์นี้จะกลายเป็นกระแสไปแล้ว เพราะงั้นฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า อย่าได้บังอาจมาพูดกับฉันว่า ‘ไอ้คนทิ้งลูก’ ด้วยเหตุผลว่า ‘นี่เป็นทางเลือกของฉันเองทั้งๆ ที่มันมีทางอื่นเยอะแยะ’ หรือ ‘ไม่มีงานไหนสำคัญพอจะให้เราฝากลูกไว้กับคนแปลกหน้า’ เด็ดขาด”

 

 

“1. ชีวิตพวกคุณบรรลัยแน่ถ้าเจ้าหน้าที่ทุกคนในห้องฉุกเฉินลาออกเพื่ออยู่บ้านกับลูก

2. ไหนลองบอกวิธีอื่นๆ มาสิ ถ้าคุณเป็นแบบฉันบ้าง

3. เธอ (ลูกสาว) ไม่ได้อาศัยอยู่ห่างเราขนาดนั้น แค่เดินทาง 15 นาทีก็ถึง แถมยังอยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ เราไม่ได้จู่ๆ ก็เอาเธอไปฝากไว้กับคนแปลกหน้า

พวกนักเลงคีย์บอร์ดช่วยอยู่เงียบๆ ด้วย”

 

 

แน่นอนว่าเมื่อเรื่องราวของคุณ Nicole ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากที่เข้ามาแสดงความเห็นกับเรื่องที่เธอต้องเผชิญ โดยนอกจากนักเลงคีย์บอร์ดส่วนน้อยที่คุณ Nicole รับมือไปอย่างยอดเยี่ยมแล้ว ความเห็นส่วนใหญ่ก็มักจะออกมาในด้านการให้กำลังใจและชื่นชมเธอ

 

ขอกด LOVE โพสต์นี้นะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณเสียสละจริงๆ

 

ฉันรู้สึกขอบคุณคนอย่างคุณและสามีจริงๆ… สิ่งเล็กๆ ที่พวกเราพอจะช่วยได้ก็คงเป็นการอยู่บ้านไม่ไปไหน

 

และในบรรดาคนเหล่านั้นเอง ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยเช่นกันที่เป็นแพทย์และพยาบาลที่ต้องประสบปัญหาเดียวกับเธอ และคงไม่มีใครอีกแล้วที่จะเข้าใจเธอคนนี้ไปได้มากกว่ากลุ่มคนที่ต้องเผชิญเหตุการณ์คล้ายๆ กัน

 

ฉันเองก็ต้องส่งลูกชาย 2 คนไปอยู่กับพ่อ 6 เดือนเหมือนกัน เพราะแม้จะน่าเศร้าแต่เรื่องนี้ไม่น่าจะจบลงในเดือนเดียวแน่ๆ

แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่บีบคั้นจิตใจมาก แต่ก็ถือว่าโชคดีเหลือเกินที่เรายังมี FaceTime ขอส่งพลังไปให้พวกเราทุกคนที่ต้องทำการตัดสินใจที่ยากลำบากนี้

 

ฉันก็ต้องส่งลูกสาวไปที่อื่นเหมือนกัน เพื่อให้ฉันทำงานพยาบาลกะ 12 ชั่วโมงในนิวซีแลนด์ได้

ฉันไม่เห็นลูกมา 15 วันแล้ว คิดถึงเธอมากๆ ฉันเข้าใจความเจ็บปวดและกังวลของคุณนะ เข้มแข็งเข้าไว้ ระวังตัวเข้าไว้ มันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว

 

ที่มา boredpanda และเฟสบุ๊กคุณ Devon Nicole Oechsle

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments