เส้นทางดุจเทพนิยายของ OG กว่าจะเป็นแชมป์โลก DOTA 2 สมัยซ้อน ผ่านดราม่าและอุปสรรคมากี่หน


หากคุณเป็นนักฟุตบอล เป้าหมายสูงสุดที่ต้องไปให้ถึง ก็คือการได้แชมป์ Fifa World Cup แต่หากคุณเป็นนักเล่นเกม DOTA 2 เป้าหมายของคุณก็คือการไปให้ถึงแชมป์รายการ TI!!

TI หรือ The International รายการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ใหญ่ที่สุดของเกม DOTA 2 ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีนี้ก็มีเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

 

 

การแข่งขัน TI ประจำปี 2019 (TI9) เพิ่งจะจบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง และเราก็ได้ผู้ชนะมาเรียบร้อย ซึ่งก็คือทีม OG นั่นเอง

 

 

ชัยชนะของทีม OG ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับการแข่งขัน TI เพราะเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งไม่เคยมีทีมไหนในโลกเคยทำได้มาก่อน

แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า กว่าที่ทีม OG จะกลายมาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ เส้นทางของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนอย่างที่ใครหลายคนคิด

เพราะพวกเขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อพลิกผันตัวเอง จากทีมที่ ‘ใกล้จะแตก’ กลับมาเกิดใหม่เป็นสุดยอดแชมป์ราวกับเป็นนกฟินิกซ์ที่ไม่มีวันตาย

เราลองไปอ่านเรื่องราวของพวกเขาไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ (อาจจะยาวไปสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน!!)

 

การก่อตั้งทีม

 

OG ถูกก่อตั้งขึ้นมาในปี 2015 โดยมี Tal Aizik (Fly) และ Johan Sundstein (N0tail) เป็นแกนหลัก ภายใต้ความคิดที่ว่า ‘อยากจะสร้างทีมที่เป็นของผู้เล่นขึ้นมา’

ต้องเล่าก่อนว่า Fly และ N0tail นั้นเป็นผู้เล่นที่สนิทกันมาก ทั้งสองคนเล่นเกมแนว MOBA ด้วยกันมานานนับสิบปี (เริ่มตั้งแต่ HON ก่อนที่จะย้ายมาเล่น DOTA 2 ด้วยกัน)

ตอนแรกพวกเขาใช้ชื่อทีมว่า (monkey) Business ก่อนจะมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนและเปลี่ยนชื่อเป็น OG ในภายหลัง

ทีม OG ได้รวบรวมผู้เล่นฝีมือดีเข้ามาอีก 3 คน ประกอบไปด้วย David Tan (MoonMeander) ผู้เล่นจากทีมเก่าของ Fly, Amer Al-Barkawi (Miracle-) ผู้เล่นที่มีคะแนน MMR สูงที่สุดในโลก ณ ตอนนั้น, Andreas Franck Nielsen (Cr1t) และมี Sébastien Debs (Ceb) เป็นโค้ช ในปี 2015

 

มุ่งสู่จุดสูงสุด กลายเป็นเต็งแชมป์ใน TI6 แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง

 

หลังจากที่ก่อตั้งทีมขึ้นมาได้ พวกเขาก็เริ่มลงแข่งขันในลีกระดับเมเจอร์ เพื่อเก็บคะแนนไปแข่งในทัวร์นาเมนต์ The International ให้ได้ แต่ทว่าในช่วงแรกฟอร์มการเล่นของพวกเขายังไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก

หลังจากที่เล่นด้วยกันมาสักพักก็เริ่มเข้าขากัน คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์เป็นว่าเล่นในปี 2016 จนใครๆ ต่างก็คิดว่า TI ปีนี้ยังไง OG ก็ต้องได้แชมป์!!

แต่สุดท้ายกลับแพ้ให้กับทีม TNC ถือว่าเป็นการพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ DOTA 2 เลยทีเดียว แล้วก็ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

จากความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ทำให้ผู้เล่นบางคนเริ่มหมดหวัง และตัดสินใจที่จะย้ายออกไปอยู่ทีมอื่นเพื่อหาโอกาสในการลุ้นแชมป์ TI ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่สุด

 

OG เข้าใกล้ตำแหน่งแชม์ TI อีกครั้ง แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกเช่นเคย

 

ทุกคนลาออกจากทีมกันไปหมด เหลือเพียงโค้ช Ceb และผู้ก่อตั้งอีก 2 คนก็คือ Fly กับ N0tail ที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหน

หลังจากการแข่งขัน TI6 ทีม OG ก็ได้ผู้เล่นใหม่เข้ามาร่วมทีม ประกอบไปด้วย Jesse Vainikka (JerAx), Anathan Pham (ana), และ Gustav Magnusson (s4)

หลังจากนั้นก็โชว์ฟอร์มโหดเหลือเกิน คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์อีกเป็นว่าเล่น ในครั้งนี้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จกว่าปี 2016 เสียอีก

พอถึงรายการ TI พวกเขาก็ต้องพบกับความผิดหวังและพ่ายแพ้จนตกรอบอีกครั้ง แต่ถ้ามองในแง่ดี อย่างน้อยก็ได้อันดับที่ดีกว่าปีก่อนล่ะนะ

แม้จะไม่ได้แชมป์ TI แฟนเกม DOTA 2 และนักวิจารณ์ยกให้ OG ณ ตอนนี้เป็นทีมอันดับ 1 ของโลก เพราะกวาดรางวัลระดับเมเจอร์ไปมากมาย แบบชนิดที่ว่าไม่มีใครทำได้

แต่สำหรับคนในทีมแล้วพวกเขาคิดว่า “เราจะกลายเป็นทีมอันดับ 1 ของโลกได้อย่างไร? ก็ในเมื่อแชมป์โลก เรายังไม่เคยได้เลย” 

 

เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

 

หลังจากรายการ TI7 จบลง ana ก็ตัดสินใจประกาศหยุดพักการแข่งขัน โดยให้เหตุผลว่าต้องการเวลาให้กับตัวเอง และมีความสนใจอยู่กับสิ่งอื่นแล้ว

และทีม OG ที่ได้ผู้เล่นใหม่เข้ามา ผลงานในปีนั้นก็ลุ่มๆ ดอนๆ ไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าไหร่ และเรื่องที่พีคที่สุดก็เกิดขึ้นในช่วงนี้!!

ก่อนแข่งรายการเมเจอร์ครั้งสุดท้ายของปี และก่อนหน้าที่จะเริ่มทัวร์นาเมนต์ TI8 ประมาณ 3 เดือน หนึ่งในผู้ก่อตั้งทีม OG และผู้เป็นกัปตันทีมอย่าง Fly ได้ตัดสินใจ ‘ลาออกจากทีม’ อย่างกะทันหัน

ลาออกไปไม่พอ พาผู้เล่นฝีมือดีอย่าง s4 ออกไปด้วย แล้วก็ไปร่วมทีม EG ที่เป็นทีมยักษ์ใหญ่ทุนหนา และมีโอกาสลุ้นแชมป์ได้มากกว่า

ส่งผลให้ทีม OG ตัดสินใจขอถอนตัวออกจากการแข่งขันรายการเมเจอร์สุดท้ายของปี และต้องหาผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมด่วน เพื่อเข้าแข่งขันในรายการ TI8

 

 

การลาออกจากทีมในครั้งนี้ทำให้ N0tail ที่เป็นเพื่อนรักก่อตั้งทีมมาด้วยกัน ถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว เพราะทั้งสองคนสนิทกันมากๆ

มีครั้งหนึ่งที่ N0tail เคยให้สัมภาษณ์ว่า “ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่า วันที่ผมเล่น DOTA 2 โดยไม่มีเขาเนี่ย (Fly) มันจะเป็นอย่างไร ผมอยากจะเล่นกับเขาไปอีกเป็นสิบๆ ปีเลยครับ”

อย่างไรก็ตามเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว จะแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

 

ฟื้นฟูทีม

 

N0tail กลายมาเป็นกัปตันทีม และต้องจัดทีมใหม่แทบทั้งหมด ทั้งๆ ที่เหลือเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์รอบคัดเลือกของ TI8 ก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ผู้เล่นที่ยังเหลืออยู่และยังเชื่อมั่นในทีม ก็คือ JerAx และ Ceb ที่ต้องเปลี่ยนจากตำแหน่งโค้ชกลายมาเป็นผู้เล่น และก็ได้ ana ที่ออกไปพักร้อนกลับมาเล่นให้อีกครั้ง ตอนนี้พวกเขาขาดอีกหนึ่งคนก็จะครบทีม

ในช่วงนั้นมีสตรีมเมอร์คนหนึ่ง ออกมาเล่น DOTA 2 และได้รับความสนใจจากชาวเกมเป็นอย่างมาก ชายคนนั้นก็คือ Topias Miikka Taavitsainen (Topson)

 

 

ที่ได้รับความสนใจก็เพราะว่าพี่แกชอบเล่นไม่เหมือนกับชาวบ้าน ออกไอเทมแปลกๆ ที่ไม่มีใครเค้าออกกัน เอามาทำเป็นคอมโบของตัวเองจนได้ แต่เรื่องฝีมือน่ะขอบอกเลยว่าสุดยอด!!

ปัญหาก็คือ Topson เป็นผู้เล่นที่ไม่เคยผ่านการแข่งขันมาก่อนเลยแม้แต่รายการเดียว เป็นเพียงสตรีมเมอร์ ‘ที่เล่นเก่ง’ ก็เท่านั้น แต่ทว่าด้วยความที่เป็นคนฟินแลนด์เหมือนกับ JerAx เลยทำให้ชักชวนเข้าทีมได้ง่าย

เท่านี้ทีม OG ก็พร้อมที่จะลงสู้ศึก TI8 แล้ว แต่เนื่องจากว่าพวกเขาไม่สามารถเก็บแต้มจากรายการเมเจอร์ได้มากพอเพื่อที่จะได้รับคำเชิญจาก Valve ให้เข้าไปร่วมการทัวร์นาเมนท์ TI8 ได้ ก็เลยต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีที่ยากกว่า นั่นก็คือ ‘การแข่งรอบคัดเลือก’

รอบคัดเลือกนี้จะมีการจัดขึ้นในแต่ละโซนทั่วโลก ซึ่งแต่ละโซนจะมีตัวแทนแค่ทีมเดียวเท่านั้น และในโซนยุโรปที่ OG ต้องลงแข่งขัน ก็มีคู่แข่งมากกว่า 3,000 ทีมด้วยกัน โดยจะเป็นการแข่งขันแค่เกมเดียว แพ้คัดออกทันที

ทีม OG ภายใต้การนำของ n0tail ฝ่าฟันกันจนกลายเป็น ‘ตัวแทนของยุโรป’ เข้าแข่งขันในรอบเมนสเตจได้ในที่สุด!!

แต่เนื่องจากว่า OG ชุดใหม่นี้เป็นทีมที่เพิ่งรวมกันได้ไม่นาน ทำให้หลายฝ่ายทั้งนักวิเคราะห์เกม และแฟนๆ เกม ต่างก็มองว่า ยังไง OG ก็ต้องตกรอบอย่างแน่นอน

 

การแก้แค้น

 

การแข่งขัน TI8 รอบเมนสเตจเริ่มขึ้น และเหมือนกับว่าเป็นพล็อตหนัง เมื่อเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดได้โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งบนเวทีตัดสินชี้ชะตา

ทีม OG ต้องมาเจอกับทีม EG ในสายบน (Upper Bracket) รอบที่สอง ซึ่งถ้าหากใครแพ้ก็จะต้องตกไปสายล่าง และทำการแข่งขันอีกรอบหากแพ้อีกก็ต้องออกจากการแข่งขันไป

ในเกมแรก OG สามารถเอาชนะ EG ไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ในเกมที่สอง OG ขึ้นนำมาตลอดทั้งเกม แต่ด้วยความผิดพลาดอย่างน่าเสียดาย ถูกทีม EG บุกสวนกลับจนพ่ายแพ้

ในเกมที่สาม ซึ่งเป็นเกมตัดสิน เกมนี้เป็นเกมที่ตึงเครียดมากๆ ทีม EG ได้เปรียบมาตลอดทั้งเกม จนใครต่างก็คิดว่ายังไง OG ก็ต้องแพ้แน่ๆ

 

 

แต่ด้วยความมีสติ และเล่นอย่างระมัดระวัง และแล้วทีม EG ก็มีข้อผิดพลาดโผล่ให้ OG ฉวยโอกาส พลิกกระแสของเกมกลับมาเป็นของตัวเอง โกงความตายจนกลับมาชนะได้สำเร็จ!!

หลังจากการแข่งขันจบลง ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเดินมาจับมือกัน N0tail และ Fly ก็ได้จับมือกัน แต่ในความรู้สึก มันไม่ใช่การทักทายหรือปลอบใจ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่า ‘ใครคือผู้ชนะ และใครคือผู้แพ้’

 

 

พลิกกลับ จากทีมใกล้แตกสู่แชมป์เปี้ยนส์ TI8

 

OG ฝ่าฟันจนมาถึงรอบชิงชนะเลิศ เจอกับทีม PSG.LGD ซึ่งเป็นทีมที่มีตัวแทนจากประเทศจีน ในทีมมีแต่ผู้เล่นเก่งๆ ทั้งนั้น และเป็นทีมที่เป็นตัวเต็งแชมป์ของรายการนี้อีกด้วย

ในรอบชิงชนะเลิศเป็นการแข่งขันแบบ 3 ใน 5 ใครที่ชนะได้ 3 เกมก่อน จะเป็นผู้คว้าแชมป์

เกมแรก OG เป็นฝ่ายชนะไปก่อน ก่อนที่จะโดน LGD ชนะคืนมา 2 เกมรวด ต้องมาแข่งกันในเกมที่ 4 ซึ่งเกมนี้หาก OG แพ้ก็จะกลายเป็น ‘รองแชมป์’ ในทันที

ในเกมที่ 4 OG เปิดเกมได้อย่างสวยงาม ควบคุมเกมได้เกือบทั้งหมด แต่พอมาถึงช่วงกลางเกม LGD ก็กลับมาได้เปรียบและกลายเป็นฝ่ายคุมเกม

 

 

LGD พยายามจะปิดเกมให้ได้ และ ‘เกือบจะทำได้สำเร็จ’ ในช่วงท้ายเกมอาการของ OG ร่อแร่มากๆ ใครเห็นใครก็ต้องบอกว่า ‘แพ้แน่ๆ แล้ว’ OG คงมาได้ไกลที่สุดแค่นี้แหละ

แต่ไม่ใช่ผู้เล่น 5 คนที่อยู่ฝั่ง OG พวกเขาใจเย็นและอาศัยข้อผิดพลาดของ LGD สวนกลับได้สำเร็จ และดึงกระแสเกมให้กลับมาสู่ฝั่งตัวเองได้ในช่วงใกล้เส้นแบ่งความตาย และกลับกลายมาเป็นผู้ชนะ

ในเกมสุดท้ายทีม OG ได้ตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่างที่ต่างออกไปจากเดิม ด้วยการ ‘ดราฟต์ทีม’ (การเลือกฮีโร่) ที่ตัวเองคิดว่าอยากเล่นและถนัดที่สุด โดยไม่ต้องวางแผนให้มันเมื่อยตุ้ม ว่า LGD เลือกอะไรมา และจะแก้เกมด้วยฮีโร่ตัวไหน?

พวกเขามองว่า ‘เพราะนี่มันคือนัดชิง TI เลยนะเว้ย ทำไมเราไม่เล่นให้มันสนุกที่สุดไปเลยล่ะ’ และปรากฎว่า พวกเขาสามารถคว้าชัยได้อย่างไม่ยากเย็นนัก กลายเป็นแชมป์รายการ TI8 ได้ในที่สุด!!

 

กล้าได้กล้าเสีย ตบทุกคนที่ขวางหน้า เถลิงตำแหน่งแชมป์ TI9 เป็นแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน

 

เริ่มต้นฤดูกาล 2018/2019 ทีม OG ก็ตัดสินใจที่จะไม่ลงแข่งขันในรายการทัวร์นาเมนต์เป็นเวลาครึ่งปี เพื่อเอาเวลาไปพักร้อน

แต่พอจะเริ่มกลับมาลงแข่งเพื่อเก็บแต้มไปแข่งใน TI9 ก็ต้องเจอกับปัญหาอีกครั้งเมื่อ ana ตัดสินใจที่จะออกจากทีม ให้เหตุผลว่า ‘ไปพัก’ เหมือนเดิม

ฟอร์มการเล่นของ OG ย่ำแย่มาโดยตลอด ไม่สามารถผ่านเข้ารอบคัดเลือกไปแข่งในรายการแข่งขันเมเจอร์ได้เลย แม้จะได้ผู้เล่นใหม่เข้ามาแล้วก็ตาม

แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครจะมาเล่นกับทีมนี้ก็ได้ เพราะรูปแบบการเล่นของ OG นั้นไม่เหมือนใคร พวกเขามักจะเล่นแบบ ‘กล้าได้กล้าเสีย’ เข้าบวกทุกจังหวะเพื่อให้ได้ ‘ผลตอบแทนที่คุ้มค่า’ ซึ่งไม่มีทีมไหนทำกันเพราะมันเสี่ยงต่อการตกรอบมากเกินไป

ana ก็เป็นเสมือนกับ ‘ปราการด่านสุดท้าย’ ที่แม้หากเพื่อนร่วมทีมพลาดในการบวก เขาจะกลายเป็นคนที่ ‘เกิดที่สุด’ (มีไอเทมมากที่สุด) และกอบกู้ทีมไม่ให้พบกับความพ่ายแพ้ได้เสมอ

 

 

และแล้ว ana ก็ตัดสินใจกลับเข้ามาสู่ทีม OG ชุดแชมป์ก็เริ่มกอบโกยชัยชนะและเก็บแต้มเข้าไปแข่งขันในรายการ TI9 จนได้

ในปีนี้ OG มาเหนือมากๆ ไม่แพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว (การแข่งขัน TI เป็นการแข่งขันแบบชนะ 2 ใน 3) จนมาเจอกับ ทีม Liquid ในรอบชิง

และก็เป็นฝ่าย OG ที่เอาชนะไปอย่างไม่กดดันเท่าไหร่นัก คว้าแชมป์ TI9 มาครองเป็นสมัยที่ 2 ได้ในที่สุด!!

 

 

บอกได้เลยว่าเรื่องราวของพวกเขานั้นเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดา จากทีมที่เคยตกต่ำแบบสุดๆ กลายเป็นทีมที่อยู่บนจุดสูงสุด ก็คงต้องบอกว่าเป็นเพราะ ‘ความเชื่อมั่น’ และไม่ยอมแพ้ของคนในทีมนี่แหละ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

Advertisement


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวหง่าว