มันเป็นเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะทราบกันแล้วว่ากัญชานั้น ในปัจจุบันกำลังค่อยๆ มีบทบาทในวงการแพทย์ขึ้นเรื่อยๆ

แต่เคยสงสัยกันไหมว่าอะไรในกัญชากัน ที่ทำให้พืชสีเขียวชนิดนี้สามารถมีบทบาททางการแพทย์ได้ขนาดนี้ นั่นเพราะเมื่อล่าสุดนี้เองนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมายืนยันแล้วว่า

 

 

การได้รับสารแคนนาบินอยด์ (CBD) ที่สกัดได้จากกัญชง หรือ กัญชา เพียงแค่ครั้งเดียว (600 มิลลิกรัม) จะสามารถทำให้บริมาณการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองบางส่วนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย

อ้างอิงจากงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Psychopharmacology สาร CBD ตามปกติจะไม่ทำให้เมา ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และไม่ทำให้เกิดการเสพติด

โดยมันเป็นสิ่งที่ถูกใช้ในรักษาอาการเช่น ลมชัก พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ มานานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านๆ มา ไม่มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มไหนเลยที่ทำการศึกษาผลกระทบของสารนี้ต่อการไหลเวียนเลือดในสมองอย่างจริงจัง

 

 

ดังนั้นทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน จึงได้ตัดสินใจทำการทดลอง ให้สารแคนนาบินอยด์และยาหลอกที่ทำจากน้ำตาลและแป้งแก่ อาสาสมัคร 15 ราย แบบสุ่ม

ก่อนที่จะตรวจสอบการไหลเวียนเลือดในสมองของพวกเขาอย่างละเอียดด้วยระบบ MRI อีกที

พวกเขาค้นพบว่าการรับสารแคนนาบินอยด์ไปเพียงแค่ครั้งเดียวนั้น สามารถทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดไปยังสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่รับหน้าที่ การประมวลผลความจำมากกว่าปกติได้

แถมในเวลาเดียวกันการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลไปยังเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ซึ่งประมวลผลพฤติกรรมทางสังคมและการตัดสินใจด้วย

 

 

ผลที่ออกมาทั้งหมดนี้ ช่วยอธิบายความสามารถในการช่วยรักษา อาการทางความทรงจำและการควบคุมตัวเองของน้ำมันกัญชาได้เป็นอย่างดี และอาจนำมาซึ่งวิธีการใช้กัญชารักษาโรคอื่นๆ ในอนาคตได้ไม่ยาก

“แคนนาบินอยด์ในปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจจากศักยภาพในการรักษาโรค เรามีหลักฐานว่าสารนี้ช่วยลดความวิตกกังวล และมีหลักฐานบ่งชี้ว่า CBD อาจช่วยปรับปรุงการทำงานของหน่วยความจำ”

คุณ Michael Bloomfield ศาสตราจารย์ภาควิชาจิตเวชจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ผู้เขียนหลักของงานวิจัยกล่าว

 

.

 

“นอกจากนี้ในงานวิจัย CBD ยังเปลี่ยนแปลงวิธีที่สมองประมวลผลความทรงจำทางอารมณ์ ซึ่งสามารถช่วยอธิบายผลการรักษาที่มีชื่อเสียงในกลุ่มอาการ PTSD และโรคทางจิตเวชอื่นๆ ของสารตัวนี้ได้

แม้ว่ากลไกการทำงานที่ส่งผลกระทบต่อความจำของ CBD จะยังไม่ชัดเจนนักก็ตาม”

 

ที่มา iflscience, sagepub

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...