เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศได้ทำการรายงานการค้นพบ มัสยิดเก่าแก่อายุร่วม 1,200 ปี ภายในพื้นที่ทะเลทรายเนเกฟ ประเทศอิสราเอล

 

 

อ้างอิงจากข้อมูลของทางกระทรวงโบราณวัตถุอิสราเอล มัสยิดที่ถูกพบในครั้งนี้ถูกสร้างขึ้นมาในช่วง ศตวรรษที่ 7-8 ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นานนักหลังจากนบีมุฮัมมัดเสียชีวิต (ค.ศ. 632) ทำให้มัสยิดที่ถูกค้นพบในครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในมัสยิดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลกไป

เรื่องราวที่น่าสนใจของมัสยิดแห่งนี้ ต่างจากมัสยิดอื่นๆ ซึ่งมักถูกพบในเมืองและมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยมีโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็กธรรมดาๆ ในดินแดนซึ่งในสมัยก่อนเป็นเพียงพื้นที่การเกษตรที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก

 

 

เป็นไปได้ว่าที่แห่งนี้ในอดีตจะเป็นมัสยิดแบบเปิดที่ถูกสร้างขึ้นมาจากสิ่งที่พอจะหาได้ในพื้นที่ และให้งานกันโดยชาวนาเป็นหลัก เรียกได้ว่าแม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่ก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยพลังแห่งศรัทธาไม่ได้ต่างไปจาก มัสยิดในเมืองเลย

 

 

คุณ Jon Seligman และคุณ Shahar Zur ผู้อำนวยการขุดค้นในครั้งนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สิ่งก่อสร้างแบบมัสยิดนั้น ในช่วงศตวรรษที่ 7-8 นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่หาพบได้ยากมากไม่ว่าจะเป็นที่ไหนของโลก

ดังนั้นการค้นพบในครั้งนี้จึงนับว่าเป็นการค้นพบที่พิเศษมาก โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ทางเหนือของ Be’er Sheva อย่างทะเลทรายเนเกฟ ซึ่งที่ผ่านๆ มา เราไม่เคยมีการค้นพบมัสยิดมาก่อนเลย แม้ว่าจะเป็นที่ที่ได้รับอธิพลทางศาสนามาค่อนข้างมาก

 

 

และนอกจากมัสยิดแล้ว ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทีมนักสำรวจก็ยังมีโอกาสได้พบกับ ฟาร์มของชาวไบแซนไทน์ และร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของหมู่บ้านขนาดเล็กจากยุคสมัยอิสลามอีกด้วย ซึ่งทีมนักโบราณคดีได้ให้ความเห็นกับหมู่บ้านเหล่านี้ว่า ที่ผ่านๆ มาไม่เคยมีโบราณสถานลักษณะใกล้เคียงกันถูกพบในพื้นที่มาก่อนเลย

ทั้งนี้เองในปัจจุบันทีมกระทรวงโบราณวัตถุอิสราเอลกำลังวางแผนว่าพวกเขาจะสามารถรวมแหล่งโบราณคดีที่พบนี้เข้ากับหมู่บ้านแห่งใหม่ ที่มีกำหนดการที่จะสร้างขึ้นในพื้นที่ โดยที่ไม่ทำให้โบราณสถานอันมีค่าเหล่านี้เสียหายต่อไป

 

ที่มา cnn, livescience และ foxnews

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์