บิวตี้บล็อกเกอร์จากเมืองไทยผู้โด่งดังไปไกลถึงต่างแดนอย่าง ‘แพรี่พาย‘ กลายเป็นสาวที่มีผู้ติดตามชีวิตประจำวันของเธอผ่านทางอินสตาแกรมมากกว่า 1.5 ล้านคนทั่วโลก

จะไม่ให้เราติดตามวิถีชีวิตของเธอได้ยังไงกัน เพราะเธอคนนี้ช่างมีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจมากๆ เลยล่ะค่ะ

 

 

แพรี่พายกลายเป็นที่รู้จักในฐานะบิวตี้บล็อกเกอร์และโด่งดังโกอินเตอร์ไปถึงต่างประเทศใช่ไหมล่ะ จนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอเริ่มหยุดทำวิดีโอแต่งหน้าและหันมาสวมผ้าไทยใส่ถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในไทยและในต่างประเทศ

ซึ่งเธอเคยให้เหตุผลเอาไว้ว่า ตนต้องการมุ่งผลักดันผ้าไหมไทยสู่สายตาคนทั่วโลก

 

 

และครั้งหนึ่งเธอเคยหันหน้าเข้าหาธรรมชาติด้วยการเรียนรู้ ‘สีจากหิน’ โดยการนำเอาก้อนหินสีต่างๆ ตำให้ละเอียด บดเป็นผงก็จะได้สีจากธรรมชาติที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร

 

สมุดบันทึกสีธรรมชาติบทเรียน: สีจากหิน-เชียงดาวหน้า…

Nai-post ni Pearypie: Make-up Artist/Theatrical Artist noong Martes, Nobyembre 20, 2018

 

จนมาถึงในปีนี้ ปีที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ในเมืองไทยพุ่งสูงติดอันดับโลก ทำให้แพรี่พายออกมาถ่ายรูปและโพสต์รณรงค์ให้ทุกคนช่วยกันลดขยะและมลพิษผ่านทางอินสตาแกรมของตนเอง

 

View this post on Instagram

I think it is about time we all do our parts to really protect what we have left. Air pollution has been a major problem for our health in Thailand plus we have bad quality water too. I do not wish to count down that 30 years from now until Bangkok will be completely in water by 2050. #Climateemergency #climatechange #airpollution #Bangkok #Thailand ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนต้องร่วมกันสามัคคี ทำในส่วนที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่อยากเริ่มนับถอยหลังเลยว่า 30 ปีจากนี้ เมืองหลวงไทยจะอยู่ใต้น้ำ แพรและพี่มล @monjirawan ลองทำ oxygen tank จากต้นไม้ เดินจากที่ทำงาน ข้ามถนนสี่แยกไฟแดง ขึ้นบีทีเอสกลับบ้าน อยากรู้ว่าจะมีใครสังเกตหรือมองมั้ย ผลที่ออกมาคือ แทบไม่มี ทุกคนก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ ทำให้experiment นี้ fail เพราะว่า ข้อความที่เราอยากส่งไปไม่ถึงสังคมก้มหน้าที่เราอยู่ 🥴 ใครที่อ่านข้อความนี้แพรอยากให้ ทุกคนเริ่มสังเกตตัวเอง ดูว่าตัวเรานั้นเป็นยังไง สบายดีมั้ย สภาพจิตใจและร่างกายเราเป็นยังไง คนรอบตัวเราเป็นยังไง สภาพแวดล้อมที่เราอยู่เป็นยังไง อาหารที่เรากินอยู่ คือ อาหารจริงๆหรือป่าว แล้วน้ำที่เราดื่มละ สะอาดมั้ย? น้ำที่เราดื่มอยู่ นั้นมากจากไหน น้ำจากต้นน้ำจริงๆ หรือ ขวดplastic อากาศที่เราหายใจอยู่ทุกวันละ มองไม่เห็นแต่รู้มั้ย ว่ามีอะไรอยู่ในอากาศบ้าง? ฝุ่น? เชื้อโรค? มลพิษ? Slience killer เลย เมื่อเรารู้ถึงขนาดนี้แล้วว่า เรากำลังเดินทางตามเส้น graph ของชีวิตที่มีแต่จะแย่ลงไปเรื่อยๆ เราจะปล่อยให้มันเป็น เรื่องของคนอื่นที่ต้องจัดการอีกเหรอ? แล้วแบบนี้เราควรจะทำอย่างไรดี @monjirawan 1.ใช้ขนส่งสาธารณะ ลดการใช้การเผาน้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อยควันจากท่อไอเสียรถยนต์ส่วนตัว 2 . เวลาแปรงฟันล้างหน้าใช้แก้วหรือขันน้ำตวงน้ำ แทนการเปิดก๊อกทิ้งไว้ เพื่อลดการใช้น้ำ 3. แยกขยะก่อนทิ้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ง่ายต่อการคัดแยกนำไปรีไซเคิลได้ 4. เก็บเศษผัก แยกเศษอาหาร ออกจากครัว ออกจากภาชนะ ทำปุ๋ยหมักใช้ในครัวเรือน 5. เมื่อพบเห็นขยะในที่ธรรมชาติ เช่น ทะเล หาดทราย ป่าเขา ให้ช่วยกันเก็บขยะไปทิ้ง ในจุดทิ้ง 6. เมื่อเที่ยวในสถานที่ธรรมชาติ ให้รับผิดชอบขยะที่นำไป ไม่ทิ้งขยะในแหล่งธรรมชาติ 7. ศึกษาความรู้ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 8. เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลธรรมชาติ ตามโอกาสเหมาะสม เพื่อฝึกประสบการณ์ ปลูกฝังความเข้าใจในการดูแลสิ่งแวดล้อม 9. ลดการบริโภทที่ไม่จำเป็น ลดการซื้อ การผลิต Anyone else would like to share solutions?

A post shared by Pearypie Amata Chittasenee (@pearypie) on

 

และแพรี่พายไม่หยุดเพียงเท่านั้นค่ะ เธอและเพื่อนยังร่วมกันทำ ‘บันทึกสีของเมืองหลวง’ ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนมองเห็นว่าสีสันในป่าคอนกรีตแห่งนี้มันเป็นอย่างไร

 

View this post on Instagram

บันทึกสีของเมืองหลวง จากที่ชอบ review สีเครื่องสำอาง สีหิน สีธรรมชาติ ครั้งนี้พวกเรามารีวิวสีในเมืองกันบ้าง สีฝุ่น สีท่อไอเสีย สีอากาศที่พวกเราหายใจ 🤧 เห็นละคันจมูก ถามว่าได้อะไรจากการทำแบบนี้ อยากกวนมากกว่า ได้ความสะใจ ได้ความรู้ใหม่ ได้เก็บข้อมูล ว่าดำมาก ดำจริงๆ จนคิดว่า ถ้าเราเอาเอา pollution มา reuse ทำเป็น eyeshadow สำหรับ Smokey eyes คงดีไม่น้อย! แรงบันดาลใจมาจาก @air.ink Taking a piss, swatching dust colours in the concrete jungle here in Bangkok! #airpollution @monjirawan #climateemergency #climatechange #Bangkok #Thailand #pearypiegoesgreen

A post shared by Pearypie Amata Chittasenee (@pearypie) on

 

วิธีการรีวิวสีในเมืองหลวงครั้งนี้ก็ง่ายๆ เธอได้ใช้สก็อตเทปแปะตามที่ต่างๆ ในกรุงเทพเพื่อดูว่ามีฝุ่นมากน้อยเพียงใด ไปจนถึงลองเอาสก็อตเทปไปแปะตามท่อไอเสียรถต่างๆ ว่าเขม่าเหล่านี้มันดำแค่ไหน

สิ่งเหล่านี้สามารถบ่งบอกได้ว่าทุกวันนี้เราใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่นเหล่านี้ นอกจากนี้จะบอกได้อีกว่าพื้นที่ละแวกนั้นไม่ได้รับการชะล้างหรือทำความสะอาดอย่างจริงจังเลย

 

.

.

 

เธอได้ทำการแยกประเภทรถและสถานที่ต่างๆ ด้วยค่ะ

 

แพรรี่พายยังกล่าวไว้ในแคปชั่นด้วยนะคะว่าถ้าโลกเรามีการประยุกต์เขม่าควันเหล่านี้มาทำเป็นเครื่องสำอางได้อย่างปลอดภัยก็คงจะดีไม่น้อย เพราะมันจะได้ลดต้นทุนการผลิตเครื่องสำอางลงไปได้เยอะเลยล่ะ

การเคลื่อนไหวของเธอค่อนข้างเป็นที่สนใจและชื่นชมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติเลยค่ะ สำหรับใครที่อยากลองก็สามารถเอาสก็อตเทปไปแปะตามที่ต่างๆ ดูได้นะว่ามันมีสีอะไรเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่าลืมใส่หน้ากากกันด้วยนะคะ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวนานะ

ที่มา: pearypie

ติดตามแคทดั๊มบ์ผ่านเฟซบุ๊ก

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

คอมเมนต์